ข้ามไปยังเนื้อหา
KoishiAI
EN
← กลับไปยังบทความทั้งหมด

โฆษณาภาพใหม่จาก OpenAI เทียบกับการใช้งาน ChatGPT Work: สิ่งที่เปลี่ยนแปลงและค่าใช้จ่าย

OpenAI ได้เปิดตัวรูปแบบโฆษณาแบบภาพใน ChatGPT พร้อมเครื่องมือวัดผลที่ทันสมัยขึ้น ขณะเดียวกันก็ขยายขีดความสามารถของเอเจนต์ AI ผ่าน ChatGPT Work ซึ่งก่อให้เกิดคำถามเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวและการสร้างรายได้ ขณะที่แพลตฟอร์มกำลังพัฒนาสู่ศูนย์กลางการทำธุรกรรม

KoishiAI · บรรณาธิการ: เกียรติดำรง ตรีครุธพันธ์ · · 19 นาทีในการอ่าน
บทความนี้ AI ร่างจากแหล่งอ้างอิง ระบบอัตโนมัติตรวจข้อเท็จจริงกับแหล่งต้นทาง และบรรณาธิการอ่านทุกบทความเพื่อดูความชัดเจน วิธีทำงาน · มาตรฐาน · แจ้งข้อผิดพลาด
Smartphone displaying AI apps in front of a financial data screen in London.
Photo by Déji Fadahunsi on Pexels

สรุปสั้น: OpenAI เปิดตัวโฆษณาแบบภาพใน ChatGPT และขยายฟีเจอร์เอเจนต์ AI ผ่าน ChatGPT Work เพื่อเปลี่ยนแพลตฟอร์มเป็นศูนย์กลางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ การอัปเดตนี้สะท้อนกลยุทธ์การเปลี่ยนจากการตลาดเน้นการเข้าถึงสู่ประโยชน์ใช้สอย แต่ยังคงต้องจัดการกับความท้าทายด้านความเป็นส่วนตัวและการสร้างรายได้ให้สมดุล

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • OpenAI ประกาศรูปแบบโฆษณาแบบภาพใน ChatGPT เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2026 โดยเปลี่ยนจากเนื้อหาที่ผู้ใช้สร้างเป็นรูปภาพแรงบันดาลใจหรือสถานการณ์การใช้งานผลิตภัณฑ์
  • การทดสอบเบื้องต้นเริ่มในเดือนพฤษภาคม 2026 ซึ่งรวมถึงการใช้รูปภาพขนาดใหญ่ ปุ่มเรียกให้กระทำ (Call-to-Action) แบบไดนามิก และส่วนแสดงผลอีคอมเมิร์ซเฉพาะทาง
  • โฆษณาแบบภาพจะเริ่มใช้งานในสหรัฐอเมริกาช่วงปลายเดือนตุลาคม 2026 โดยเริ่มต้นกับผู้โฆษณาจำนวนจำกัด ก่อนขยายไปยังตลาดอื่นๆ ในภายหลัง

OpenAI เปิดตัวโฆษณาแบบภาพและขยายขีดความสามารถของเอเจนต์

OpenAI ได้แนะนำรูปแบบโฆษณาแบบภาพใหม่ภายใน ChatGPT ซึ่งเป็นการเปลี่ยนผ่านสู่ประสบการณ์การโฆษณาที่สมจริงและมีปฏิสัมพันธ์มากขึ้น การอัปเดตนี้ซึ่งประกาศเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2026 มีรูปภาพที่แสดงแรงบันดาลใจหรือสถานการณ์การใช้งานผลิตภัณฑ์ แทนที่จะเป็นเนื้อหาที่ผู้ใช้สร้างขึ้น [1] โฆษณาเหล่านี้ถูกออกแบบมาให้กลมกลืนกับอินเทอร์เฟซการสนทนา โดยยังคงมีการระบุป้ายกำกับอย่างชัดเจนเพื่อแยกแยะจากปฏิสัมพันธ์ตามธรรมชาติ

รูปแบบภาพนี้จะเริ่มใช้งานในสหรัฐอเมริกาในช่วงปลายเดือนตุลาคม 2026 โดยเริ่มต้นกับผู้โฆษณาจำนวนจำกัด การเปิดตัวครั้งนี้เป็นการดำเนินการต่อจากการทดสอบก่อนหน้านี้ในเดือนพฤษภาคม 2026 ซึ่ง OpenAI เริ่มทดลองใช้รูปภาพที่ปรับปรุงแล้ว รวมถึงรูปภาพขนาดใหญ่ ปุ่มเรียกให้กระทำ (call-to-action) แบบไดนามิก เช่น ‘ช้อปเลย’ หรือ ‘จองเลย’ และส่วนแสดงผลอีคอมเมิร์ซเฉพาะทางที่แสดงราคาและรีวิวจากลูกค้า [2]

โครงสร้างพื้นฐานด้านการวัดผลและการติดตาม Attribution

เพื่อสนับสนุนผู้โฆษณา OpenAI ได้ขยายขีดความสามารถในการวัดผลโดยการบูรณาการร่วมกับพันธมิตรด้านข้อมูล ได้แก่ Hightouch, Tealium, LiveRamp, DoubleVerify และ Integral Ad Science พันธมิตรเหล่านี้ช่วยให้สามารถติดตามผลผ่านพิกเซล (pixels), Conversions API, โมเดล attribution และการประเมินความเหมาะสมของแบรนด์ [1] การรวม DoubleVerify และ Integral Ad Science เข้ามาสะท้อนถึงโครงการนำร่องอย่างต่อเนื่องเพื่อประเมินความปลอดภัยของโฆษณาและความสอดคล้องกับแนวทางปฏิบัติของแบรนด์

Benji Shomair รองประธานฝ่ายการสร้างรายได้ของ OpenAI เน้นย้ำว่าการมีความหลากหลายของเนื้อหาสร้างสรรค์เป็นสิ่งสำคัญสำหรับความสำเร็จในสภาพแวดล้อมการโฆษณาแบบสนทนา ซึ่งความเกี่ยวข้องและบริบทมีความสำคัญมากกว่าการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างกว้างขวาง [2]

ChatGPT Work: เอเจนต์ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

ควบคู่ไปกับการพัฒนาโฆษณา OpenAI ได้ยกระดับระบบนิเวศเอเจนต์ AI ของตนเอง ในเดือนสิงหาคม 2026 บริษัทได้เปิดตัว ‘ChatGPT Work’ ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่อนุญาตให้เอเจนต์ AI จัดการเวิร์กโฟลว์ดิจิทัลอย่างอิสระ เช่น อีเมลและข้อความ Slack [4] Thibault Sottiaux ผู้รับผิดชอบงานผลิตภัณฑ์หลัก รวมถึงโครงการนี้ ได้อธิบายว่าเป็นเครื่องมือสำหรับการดำเนินการให้เสร็จสิ้นโดยอัตโนมัติ [4]

แม้ว่ารายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับราคาสำหรับ ChatGPT Work ยังไม่ได้รับการยืนยันจากแหล่งข้อมูลที่ให้ไว้ แต่ฟีเจอร์นี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ที่กว้างขึ้นของ OpenAI ในการเพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้ใช้ผ่านระบบอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วย AI Andrew Ambrosino วิศวกรชั้นนำ ได้ตระหนักถึงความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัวที่เกี่ยวข้องกับการมอบสิทธิ์ให้เอเจนต์เข้าถึงระบบสำคัญเช่นอีเมลและ Slack แต่ยังคงทดสอบฟังก์ชันนี้อยู่โดยใช้บัญชีส่วนตัวของตนเอง [4]

นัยเชิงกลยุทธ์

ผู้สังเกตการณ์ในอุตสาหกรรมชี้ให้เห็นว่าวิวัฒนาการทางการตลาดของ OpenAI สะท้อนถึงแนวโน้มที่กว้างขึ้น นั่นคือการเปลี่ยนจากการตลาดที่เน้นการเข้าถึง (reach-based) ไปสู่การมีส่วนร่วมที่ขับเคลื่อนด้วยประโยชน์ใช้สอย (utility-driven) Camila Cook ชี้ว่า ในสภาพแวดล้อมที่เป็น AI-native ประโยชน์ใช้สอยและความเกี่ยวข้องตามบริบทมีน้ำหนักมากกว่าปริมาณและความถี่ [3] เมื่อ ChatGPT พัฒนาขึ้นเป็นทั้งเครื่องมือเพิ่มผลผลิตและแพลตฟอร์มโฆษณา ความสมดุลระหว่างความไว้วางใจของผู้ใช้ ความเป็นส่วนตัวของข้อมูล และการสร้างรายได้จะยังคงเป็นความท้าทายที่สำคัญ

การผสานคุณลักษณะด้านการทำธุรกรรมเข้ากับสัญญาณทางการตลาดบ่งชี้ว่า OpenAI กำลังวางตำแหน่งให้ ChatGPT ไม่ใช่เพียงอินเทอร์เฟซสำหรับการสนทนา แต่เป็นศูนย์กลางหลักสำหรับเจตนาของผู้บริโภคและพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ดิจิทัล

แหล่งที่มา

  1. OpenAI Introduces Visual ChatGPT Ad Format and Expanded Measurement (www.unite.ai) — 2026-10-05
  2. OpenAI gives ChatGPT ads a visual upgrade (digiday.com) — 2026-05-21
  3. OpenAI is building AI agents for everything. Will everyone use them? | TechCrunch (techcrunch.com) — 2026-08-24
  4. OpenAI’s approach to advertising is a meaningful signal for the future of omnichannel demand generation and brand strategy. | Camila Cook (www.linkedin.com) — 2026-01-16

คำถามที่พบบ่อย

OpenAI เปลี่ยนโฆษณาใน ChatGPT เป็นแบบไหน? ▼
OpenAI ได้เปิดตัวรูปแบบโฆษณาแบบภาพใน ChatGPT โดยเปลี่ยนจากเนื้อหาที่ผู้ใช้สร้างขึ้นเป็นรูปภาพที่แสดงแรงบันดาลใจหรือสถานการณ์การใช้งานผลิตภัณฑ์ โฆษณาเหล่านี้ถูกออกแบบมาให้กลมกลืนกับอินเทอร์เฟซการสนทนาแต่ยังคงมีป้ายกำกับชัดเจนเพื่อแยกแยะจากปฏิสัมพันธ์ตามธรรมชาติ
โฆษณาภาพใหม่ใน ChatGPT เริ่มใช้งานเมื่อไหร่? ▼
รูปแบบโฆษณาใหม่นี้จะเริ่มใช้งานในสหรัฐอเมริกาในช่วงปลายเดือนตุลาคม 2026 โดยเริ่มต้นกับผู้โฆษณาจำนวนจำกัด หลังจากผ่านการทดสอบก่อนหน้านี้ในเดือนพฤษภาคม 2026 ซึ่งรวมถึงการทดลองใช้ปุ่มเรียกให้กระทำแบบไดนามิกและส่วนแสดงผลอีคอมเมิร์ซ
ChatGPT Work คืออะไร? ▼
ChatGPT Work เป็นฟีเจอร์ที่อนุญาตให้เอเจนต์ AI จัดการเวิร์กโฟลว์ดิจิทัลอย่างอิสระ เช่น อีเมลและข้อความ Slack โดยมุ่งเน้นไปที่การดำเนินการให้เสร็จสิ้นโดยอัตโนมัติเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
ChatGPT Work เสียค่าใช้จ่ายเท่าไหร่? ▼
แม้รายละเอียดราคาสำหรับ ChatGPT Work ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่ฟีเจอร์นี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ OpenAI ในการเพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้ใช้ผ่านระบบอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วย AI ในขณะเดียวกันก็มีความกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวจากการเข้าถึงข้อมูลสำคัญ
OpenAI มีเครื่องมือติดตามผลโฆษณาอย่างไร? ▼
OpenAI ได้ขยายขีดความสามารถในการวัดผลโดยการบูรณาการร่วมกับพันธมิตรด้านข้อมูลอย่าง Hightouch, Tealium, LiveRamp และ DoubleVerify เพื่อให้ผู้โฆษณาสามารถติดตามผลผ่านพิกเซล โมเดล attribution และการประเมินความเหมาะสมของแบรนด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ