Gemini 4 Argon เทียบคู่แข่ง: มีการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้างและต้นทุนเท่าไร
Gemini 4 Argon ของ Google DeepMind สำหรับหุ่นยนต์อ้างว่าทำผลงานได้ดีที่สุดในเกณฑ์การทดสอบเหตุผลทางกายภาพและการควบคุมหุ่นยนต์ในโลกจริง แต่คะแนนที่ตรวจสอบได้แตกต่างจากรายงานเบื้องต้น โมเดลนี้เปิดตัวในราคา 2 ดอลลาร์ต่อล้านโทเค็นนำเข้า มุ่งเน้นไปที่นักพัฒนาหุ่นยนต์ระดับองค์กร
สรุปสั้น: Google DeepMind เปิดตัว Gemini 4 Argon สำหรับหุ่นยนต์ในราคา 2 ดอลลาร์ต่อล้านโทเค็น โดยทำคะแนน CWE-Bench ได้ 68% แม้จะลดจากข้ออ้างเดิมที่ 87% ซึ่งยังคงเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสำหรับนักพัฒนาองค์กร
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- Google DeepMind เปิดตัว Gemini 4 Argon เพื่อมุ่งเน้น Physical AGI โดยรองรับการควบคุมหุ่นยนต์และเหตุผลเชิงกายภาพ
- คะแนน ERQA ที่ได้รับการยืนยันคือ 80.9/100 (อันดับ #6) ไม่ใช่ 87% ตามรายงานเบื้องต้น ส่วน CWE-Bench ทำได้ 68%
- สาธิตควบคุมหุ่นยนต์ Boston Dynamics Spot (ขา 12 DOF, แขน 6 DOF) และสอน Apptronik Apollo เล่น cornhole
- ช่วยวิศวกรปรับปรุงโค้ด Chromium ขนาด 40 ล้านบรรทัด จำนวน 6 ล้านบรรทัด ให้เสร็จในไม่กี่สัปดาห์
- อัตราค่าบริการอยู่ที่ 2 ดอลลาร์ต่อล้านโทเค็นนำเข้า และ 10 ดอลลาร์ต่อล้านโทเค็นส่งออก สำหรับนักพัฒนาองค์กร
การเกิดขึ้นของ Physical AGI: Gemini 4 Argon บรรลุผลจริงอย่างไร
Google DeepMind ได้เปิดตัว Gemini 4 Argon ซึ่งเป็นโมเดลระดับแนวหน้าที่ออกแบบมาเพื่อเชื่อมช่องว่างระหว่างสติปัญญาเชิงดิจิทัลและการกระทำทางกายภาพ โดยจัดวางตำแหน่งว่าเป็นก้าวสำคัญสู่ ‘Physical AGI’ (Artificial General Intelligence) ซึ่งคือปัญญาประดิษฐ์ทั่วไปที่มีความสามารถในการเข้าใจและจัดการกับสภาพแวดล้อมในโลกจริง โมเดลนี้แสดงให้เห็นถึงความสามารถขั้นสูงในด้านเหตุผลเชิงความหมายผ่านภาพ การสร้างโค้ด และการควบคุมหุ่นยนต์ [1] อย่างไรก็ตาม ข้ออ้างเกี่ยวกับประสิทธิภาพของโมเดลจำเป็นต้องได้รับการประเมินอย่างรอบคอบโดยอ้างอิงจากข้อมูลที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว
ผลการทดสอบตามมาตรฐาน (Benchmark): ตัวเลขที่แท้จริงแสดงอะไร
หนึ่งในเมตริกที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดคือคะแนนของ Gemini 4 Argon ในแบบทดสอบ Embodied Reasoning (ERQA) ซึ่งวัดความสามารถของ AI ในการแก้ปัญหาเชิงพื้นที่สามมิติโดยใช้เหตุผลล้วนๆ รายงานเบื้องต้นระบุว่าได้คะแนน 87% [1][2] แต่ตัวเลขนี้ถูกหักล้างโดยการวิเคราะห์จากบุคคลที่สาม ตามข้อมูลจากแหล่ง [-100] Argon ทำคะแนนได้ 80.9 จาก 100 ในความสามารถด้าน ‘Decision reading’ ซึ่งเป็นหมวดหมู่หนึ่งภายในเหตุผลเชิงเอเจนต์ (agentic reasoning) และจัดอยู่ในอันดับที่ #6 ระหว่างโมเดลที่ถูกประเมินทั้งหมด นี่เป็นการแก้ไขที่สำคัญ: แม้ผลลัพธ์จะยังถือว่าแข็งแกร่ง แต่โมเดลไม่ได้บรรลุคะแนนตามมาตรฐาน benchmark ที่เคยอ้างไว้ก่อนหน้านี้ที่ 87%
แม้จะมีการปรับแก้ข้อมูลดังกล่าว Argon ยังคงรั้งตำแหน่งร่วมกับอันดับหนึ่งบน CWE-Bench ซึ่งเป็นแบบทดสอบสำหรับการระบุและแก้ไขช่องโหว่ทางซอฟต์แวร์ โดยทำคะแนนได้ 68% [6] ผลการดำเนินงานนี้สะท้อนถึงประโยชน์ใช้สอยของโมเดลในกระบวนการทางวิศวกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย
การควบคุมหุ่นยนต์ในโลกจริง: จากสภาพแวดล้อมจำลองสู่การกระทำทางกายภาพ
การสาธิตที่ดึงดูดความสนใจที่สุดของโมเดลเกี่ยวข้องกับแพลตฟอร์มหุ่นยนต์ในโลกจริง ในกรณีหนึ่ง Argon ได้ควบคุมหุ่นยนต์สี่ขา Boston Dynamics Spot ซึ่งติดตั้งระบบที่มี 12 องศาอิสระ (degrees of freedom) ที่ขา และแขนที่มี 6 องศาอิสระ เพื่อเหยียบถังขยะแบบใช้เท้ากด [1][2] งานนี้ถูกฝึกฝนครั้งแรกในสภาพแวดล้อมดิจิทัลทวิน (digital twin) ของ MuJoCo ซึ่งเน้นย้ำถึงความสามารถของโมเดลในการถ่ายโอนพฤติกรรมที่เรียนรู้มาจากสภาพแวดล้อมจำลองไปสู่ฮาร์ดแวร์ทางกายภาพ
ในการสาธิตอีกกรณีหนึ่ง Argon ได้สอนหุ่นยนต์มนุษย์ Apptronik Apollo ให้เล่นกีฬา cornhole โดยโมเดลได้วิเคราะห์วิดีโอการเล่นของคนจริง แยกแยะหลักการทางฟิสิกส์พื้นฐาน และสร้างแบบจำลองการจำลอง (simulation) แบบกำหนดเองเพื่อฝึกฝนหุ่นยนต์ [3] กระบวนการเรียนรู้แบบครบวงจรตั้งแต่การสังเกตไปจนถึงการกระทำนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่ก้าวหน้ามากในการเรียนรู้ทักษะอัตโนมัติ
การสร้างโค้ดและผลกระทบทางวิศวกรรม
Argon ยังมีบทบาทในการพัฒนาซอฟต์แวร์ โดยช่วยวิศวกรทำการปรับปรุงโครงสร้างโค้ด (refactoring) โค้ดเก่าประมาณ 6 ล้านบรรทัดภายในชุดโค้ดของ Chromium ซึ่งมีขนาด 40 ล้านบรรทัด ทำให้เสร็จสิ้นงานที่อาจต้องใช้เวลามากถึงหลายเดือนให้จบลงในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ [5][6] การใช้งานนี้แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของโมเดลในการทำความเข้าใจโครงสร้างโค้ดที่ซับซ้อน และสร้างผลลัพธ์ที่สามารถบำรุงรักษาได้และถูกต้อง
อย่างไรก็ตาม ข้ออ้างเกี่ยวกับอัตราส่วนการปรับปรุงประสิทธิภาพเฉพาะเจาะจง เช่น ‘การเพิ่มขึ้น 35% ในการส่งมอบโค้ดแบบเอเจนต์’ หรือ ‘การลดลง 40% ในเวลาเตรียมเซสชัน’ นั้นไม่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งข้อมูลที่ตรวจสอบแล้ว [5] ตัวเลขเหล่านี้ถูกระบุว่าเป็นข้อมูลขัดแย้งระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง จึงจำเป็นต้องตัดออก ผลกระทบของโมเดลที่มีต่อเวิร์กโฟลว์ทางวิศวกรรมเป็นเรื่องจริง แต่ตัวชี้วัดที่แม่นยำยังคงไม่ได้รับการยืนยันในเอกสารสาธารณะ
ราคาและตำแหน่งในตลาด
Gemini 4 Argon เปิดตัวพร้อมระดับราคาแนะนำที่ 2 ดอลลาร์สหรัฐ ต่ออินพุตโทเค็นละหนึ่งล้าน และ 10 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อเอาต์พุตโทเค็นละหนึ่งล้าน [4][5] ซึ่งทำให้โมเดลนี้มีตำแหน่งการแข่งขันที่ดีเมื่อเทียบกับโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) อื่นๆ ที่ใช้ในองค์กร โดยเฉพาะสำหรับกรณีการใช้งานด้านหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ แม้ว่าจะไม่ใช่ตัวเลือกที่ถูกที่สุดในตลาด แต่การฝึกอบรมเฉพาะทางในด้านเหตุผลเชิงกายภาพและการสร้างโค้ดอาจคุ้มค่ากับต้นทุนสำหรับนักพัฒนาที่กำลังสร้างระบบ AI แบบ embodied
มรดกของโมเดลที่มุ่งเน้นงานหุ่นยนต์
Argon ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Google DeepMind ลงมือทำด้านหุ่นยนต์ ในเดือนมีนาคม 2025 บริษัทได้เปิดตัว Gemini Robotics และ Gemini Robotics-ER ซึ่งทั้งสองตัวสร้างขึ้นบนสถาปัตยกรรม Gemini 2.0 และฝึกฝนด้วยข้อมูลจากแพลตฟอร์มหุ่นยนต์สองแขน ALOHA 2 [7] โมเดลรุ่นก่อนหน้าเหล่านี้วางรากฐานสำหรับความสามารถที่ก้าวหน้ายิ่งขึ้นของ Argon โดยเฉพาะในงานด้าน vision-language-action
Argon เป็นการปรับปรุงพื้นฐานนั้นให้ดีขึ้น มีความสามารถมากขึ้นในการให้เหตุผลเชิงพื้นที่ การถ่ายโอนแบบจำลอง (simulation transfer) และการวางแผนอัตโนมัติ อย่างไรก็ตาม มันยังคงเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศที่กำลังพัฒนาอยู่ ไม่ใช่การค้นพบที่สำคัญเพียงลำพัง
สรุป: สู่ปัญญาทางกายภาพที่ใช้งานได้จริง
Gemini 4 Argon ถือเป็นก้าวที่มีความหมายสู่ระบบ AI ที่สามารถให้เหตุผลและดำเนินการภายในสภาพแวดล้อมทางกายภาพ การสาธิตในโลกจริงกับหุ่นยนต์ Spot และ Apollo แสดงถึงความคืบหน้าที่จับต้องได้ด้านสติปัญญาแบบ embodied แม้ว่าการอ้างคะแนน ERQA 87% ในตอนแรกจะไม่ถูกต้อง แต่ประสิทธิภาพที่ได้รับการยืนยันแล้ว โดยเฉพาะบน CWE-Bench และการปรับปรุงโครงสร้างโค้ด ยังคงน่าประทับใจ
สำหรับนักพัฒนาหุ่นยนต์และทีม AI ระดับองค์กร Argon มอบเครื่องมืออันทรงพลังในราคาที่เป็นที่ชัดเจน แต่เส้นทางสู่ AGI ทางกายภาพที่แท้จริงยังคงอีกยาวไกล สิ่งที่ Argon แสดงให้เห็นไม่ใช่ความสมบูรณ์แบบ แต่เป็นต้นแบบการทำงานที่แสดงให้เห็นว่าสิ่งใดเป็นไปได้เมื่อ AI เรียนรู้ที่จะคิด จำลองสถานการณ์ และดำเนินการในโลกจริง
แหล่งข้อมูล
- Gemini 4 Argon สำหรับหุ่นยนต์ (deepmind.google) — 2026-10-13
- Gemini 4 Argon สำหรับหุ่นยนต์ (developers.googleblog.com) — 2026-10-13
- Gemini (deepmind.google) — 2000-01-01
- Google DeepMind (@GoogleDeepMind) บน X (x.com) — 2026-10-13
- Gemini 4 Argon: สร้างมาเพื่อแก้ปัญหาที่ท้าทายที่สุดของคุณ (deepmind.google) — 2026-10-13
- Gemini 4 Argon: ยุคใหม่แห่งปัญญาขั้นสูงของเรา (blog.google) — 2026-09-30
- Google DeepMind เปิดตัวโมเดล AI Gemini สำหรับหุ่นยนต์ (finance.yahoo.com) — 2025-03-13