บทที่ 5 จาก 5 · SEO สำหรับเว็บไทย — ให้ Google เจอ เข้าใจ และเลือกหน้าของคุณ
เว็บสองภาษาและการวัดผล: hreflang, Search Console และเป้าที่ทำได้จริง
ทำ hreflang ให้หน้าไทยกับหน้าอังกฤษชี้หากันถูก กับดักที่ทำให้ Google ไม่สนใจทั้งชุด วิธีอ่านรายงาน Performance ให้รู้ว่าควรแก้อะไร และวิธีเลือกคำค้นที่เว็บเล็กชนะได้
บทสุดท้ายของชุดนี้มีสองเรื่อง เรื่องแรกสำหรับเว็บที่มีมากกว่าหนึ่งภาษา คือวิธีบอก Google ว่าหน้าไหนเป็นเวอร์ชันภาษาไหนของเนื้อหาเดียวกัน เรื่องที่สองใช้ได้กับทุกเว็บ คือการอ่านตัวเลขให้รู้ว่าควรทำอะไรต่อ
5.1 hreflang ใช้ทำอะไร
ถ้าเว็บมีบทความเดียวกันทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ hreflang บอก Google ว่าสองหน้านี้เป็นเนื้อหาเดียวกันคนละภาษา Google จะได้แสดงหน้าภาษาที่ตรงกับผู้ค้น
เว็บภาษาเดียวไม่ต้องใช้ hreflang
5.2 กฎที่ต้องทำให้ครบ
hreflang ใส่ได้สามที่ คือแท็ก <link> ใน <head>, HTTP header หรือใน sitemap แบบที่เจอบ่อยที่สุดคือแท็กใน <head>
<!-- ใส่ชุดเดียวกันนี้ทั้งในหน้าไทยและหน้าอังกฤษ -->
<link rel="alternate" hreflang="th" href="https://example.com/th/menu">
<link rel="alternate" hreflang="en" href="https://example.com/en/menu">
<link rel="alternate" hreflang="x-default" href="https://example.com/th/menu">
| กฎ | ถ้าพลาด |
|---|---|
| ทุกหน้าต้องใส่ตัวเองและภาษาอื่นครบทุกภาษา | Google อาจไม่สนใจ hreflang |
| ถ้าหน้า A ชี้ไปหน้า B หน้า B ต้องชี้กลับหา A | Google อาจไม่สนใจ hreflang คู่นั้น |
รหัสเป็นภาษาแบบ ISO 639-1 และประเทศแบบ ISO 3166-1 (ไม่บังคับ) เช่น th, th-TH, en-GB | รหัสผิดอย่าง en-UK หรือ th_TH ใช้ไม่ได้ |
URL ต้องเต็ม เช่น https://example.com/th/menu | /th/menu หรือ //example.com/th/menu ใช้ไม่ได้ |
แท็กต้องอยู่ใน <head> ที่ถูกต้อง | Google บอกว่าแท็กต้องอยู่ใน <head> แท็กที่หลุดไปอยู่ใน <body> จึงเสี่ยงไม่ถูกนับ |
| canonical ของแต่ละหน้าควรเป็นหน้าภาษาเดียวกัน | Google ให้ระบุ canonical เป็นหน้าภาษาเดียวกัน หรือภาษาที่ใกล้ที่สุดถ้าไม่มีหน้าภาษาเดียวกัน ถ้าชี้ข้ามไปอีกภาษาทั้งที่มีหน้าภาษาเดียวกันอยู่ Google อาจเลือกหน้าภาษาอื่นเป็นตัวหลักแทน |
x-default ไม่บังคับ ใช้บอกหน้าที่จะแสดงเมื่อภาษาของผู้ค้นไม่ตรงกับหน้าใดเลย
ข้อที่คนเข้าใจผิดบ่อย: Google บอกว่า ไม่ได้ใช้ html lang หรือ hreflang ตัดสินว่าหน้าเป็นภาษาอะไร Google อ่านภาษาจากเนื้อหาเอง hreflang มีไว้บอกความสัมพันธ์ระหว่างหน้า ไม่ใช่บอกภาษา
th หรือ th-TH: ถ้าเนื้อหาภาษาไทยไม่ได้เจาะจงประเทศใด ใช้ th ก็พอ ใช้ th-TH เมื่อต้องการแยกเวอร์ชันตามประเทศ เช่น มีหน้าสำหรับคนไทยในไทยกับหน้าแยกสำหรับประเทศอื่น
บทเรียนจาก KoishiAI: hreflang ที่ชี้ไปหน้า noindex
เว็บเรามีหน้ารวมบทความตามแท็กทั้งสองภาษา แท็กไหนมีบทความน้อยเราตั้งเป็น noindex ปัญหาคือนับแยกภาษา แท็กเดียวกันจึงมักเก็บได้ฝั่งหนึ่งแต่เป็น noindex อีกฝั่ง ผลคือ hreflang ของหน้าที่เก็บได้ไปชี้หาหน้าคู่ที่เราบอกเองว่าไม่ต้องเก็บ คู่ภาษานั้นจึงใช้ไม่ได้ทั้งคู่
เราแก้โดยตัดสินใจเรื่องเก็บหรือไม่เก็บ เป็นคู่ ถ้าจะเก็บ ต้องเก็บทั้งสองภาษา ถ้าไม่เก็บ ก็ไม่เก็บทั้งคู่ กฎที่เราใช้ตั้งแต่นั้นคือ hreflang ชี้ไปเฉพาะหน้าที่เป็น canonical และเก็บเข้าดัชนีได้
5.3 อ่านรายงาน Performance ให้ได้คำตอบ
รายงาน Performance ใน Search Console มีตัวกรองที่ใช้ตอบคำถามได้เจาะจงกว่าการดูตัวเลขรวม
| คำถาม | ดูอย่างไร | ถ้าเจอแบบนี้ |
|---|---|---|
| คนเห็นแต่ไม่กด | เรียงตาม impressions แล้วดู CTR ของแต่ละหน้า | CTR ต่ำ แก้ชื่อหน้าและคำอธิบาย (บทที่ 3) |
| คำค้นไหนเกือบติดหน้าแรก | ดูคำค้นที่ตำแหน่งเฉลี่ยอยู่ต่ำกว่าหน้าแรกไม่มาก | เขียนหน้านั้นให้ตอบคำค้นนั้นตรงขึ้น เพิ่มลิงก์ภายในไปหา |
| แก้แล้วได้ผลไหม | ใช้ตัวเลือกเปรียบเทียบช่วงวันที่ ก่อนและหลังวันที่แก้ | ดูหน้าที่แก้ ไม่ใช่ดูรวมทั้งเว็บ |
| คนไทยหรือต่างประเทศ | กรองประเทศ | ถ้าคนอ่านส่วนใหญ่อยู่ต่างประเทศ ภาษาและคำค้นอาจไม่ตรงกลุ่ม |
| มือถือหรือคอมพิวเตอร์ | กรองอุปกรณ์ | ถ้า CTR บนมือถือต่ำกว่าบนคอมพิวเตอร์ ให้ดูว่าชื่อหน้าถูกตัดจนอ่านไม่รู้เรื่องบนจอเล็กหรือเปล่า |
จำไว้ว่าตำแหน่งเฉลี่ยคือ ตำแหน่งบนสุดของเว็บเราในแต่ละคำค้น เอามาเฉลี่ย ถ้าหน้าหนึ่งติดทั้งคำค้นที่อยู่บนสุดและคำค้นที่อยู่ลึกมาก ตัวเลขเฉลี่ยอาจไม่ตรงกับคำค้นไหนเลย ดูทีละคำค้นจะได้ภาพที่ถูกกว่า
5.4 ตั้งเป้าที่เว็บเล็กชนะได้
เว็บใหม่แข่งคำกว้าง ๆ ที่เว็บใหญ่ครองอยู่แทบไม่มีโอกาส ทางที่ได้ผลกว่าคือเลือกคำค้นที่เจาะจงขึ้น และเว็บคุณตอบได้ดีกว่าคนอื่นจริง
บทเรียนจาก KoishiAI: แคบลงเพื่อชนะ
คำว่า “ข่าว AI” ภาษาอังกฤษถูกสำนักข่าวเทคโนโลยีระดับโลกครองอยู่ โดเมนอายุน้อยอย่างเราแข่งไปก็ไม่ได้อะไร เราจึงกำหนดเป้าให้แคบลงเป็นข่าว AI ในไทยและข่าว AI ที่เกี่ยวกับคนไทย ซึ่งเว็บใหญ่ต่างประเทศไม่ได้ทำ แล้วเขียนชื่อหน้าและคำอธิบายให้ตรงกับเป้านั้น
ใช้หลักเดียวกันกับเว็บของคุณได้
- ร้านอาหาร: “ร้านข้าวมันไก่” กว้างเกินไป “ข้าวมันไก่ สุขุมวิท” หรือชื่อเมนูเด่นของร้าน เป็นคำที่ชนะได้
- บล็อกความรู้: เลือกคำถามเจาะจงที่คนถามจริง แล้วตอบให้ครบกว่าเว็บที่ติดอยู่ตอนนี้
- เว็บบริการ: คำที่รวมบริการกับพื้นที่ที่ให้บริการจริง
5.5 สรุปทั้งซีรีส์เป็นรายการตรวจ
| บท | ตรวจอะไร |
|---|---|
| 1 | ยืนยันเว็บใน Search Console แล้ว ดูสถานะใน Page indexing และตรวจหน้าสำคัญด้วย URL Inspection |
| 2 | robots.txt ไม่ได้ใช้ซ่อนหน้า, หน้า noindex อ่านได้, canonical ชัด, sitemap สะอาด, ไม่มีลิงก์ไปหน้า noindex |
| 3 | ชื่อหน้าและคำอธิบายใช้คำที่คนค้นจริงและไม่ซ้ำกัน, URL คงที่, รูปมี alt |
| 4 | JSON-LD ตรงกับเนื้อหาและผ่าน Rich Results Test, การ์ดแชร์มีรูปจริงขนาดพอ |
| 5 | hreflang ครบทุกภาษาและชี้กลับหากัน, อ่าน Performance ทีละคำค้น, เป้าเจาะจงพอจะชนะ |
ทำทีละบท จดวันที่แก้ไว้ แล้วดูผลย้อนหลังเป็นช่วงยาว ตามที่บทที่ 1 บอก การเปลี่ยนแปลงบางอย่างใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะเห็นผล
เครื่องมือที่เกี่ยวข้อง
- ตรวจ hreflang เว็บสองภาษา วาง HTML ของแต่ละภาษา แล้วดูว่าชี้หากันถูกไหม
- ตรวจ sitemap.xml ตรวจ hreflang ที่อยู่ใน sitemap ได้ด้วย