ข้ามไปยังเนื้อหา
KoishiAI
EN
← สารบัญ

บทที่ 2 จาก 5 · AI กับการทำ SEO — ใช้ให้ถูก และเข้าใจการค้นหาด้วย AI

AI ช่วยงาน SEO ได้จริงตรงไหน และตรงไหนที่มันแต่งเอง

ใช้ AI ร่างชื่อหน้า คำอธิบาย structured data และสรุปข้อมูลจาก Search Console ได้ดี แต่อย่าเชื่อตัวเลข คำพูดที่ยกมา และกฎของ Google ที่มันบอกโดยไม่ตรวจ พร้อมบทเรียนที่เว็บเราเจอเองจากข้อมูลที่ดูน่าเชื่อแต่ผิด

บทที่แล้วสรุปว่า Google ไม่สนว่าใครเขียน แต่สนว่าหน้ามีประโยชน์และถูกต้องไหม บทนี้จึงแบ่งงาน SEO เป็นสองกลุ่ม งานที่ AI ช่วยได้ดี และงานที่ต้องตรวจทุกครั้งเพราะ AI ตอบผิดได้อย่างมั่นใจ

2.1 งานที่ AI ช่วยได้ดี

Google เองบอกว่า AI มีประโยชน์ตอน ค้นคว้าหัวข้อ และ จัดโครงให้เนื้อหาของเรา งานที่เข้าข่ายนี้

งานใช้ AI อย่างไรต้องตรวจอะไร
ชื่อหน้าและคำอธิบายขอหลายแบบ แล้วเลือกแบบที่มีคำที่คนค้นจริงคำที่ใช้ต้องมาจากแท็บคำค้นหาใน Search Console ไม่ใช่จาก AI
โครงบทความให้เสนอหัวข้อย่อยจากข้อมูลที่เรามีหัวข้อที่ AI เพิ่มเองโดยไม่มีข้อมูลรองรับ ให้ตัดทิ้ง
structured data (JSON-LD)ให้ร่างจากเนื้อหาในหน้าทดสอบด้วย Rich Results Test และข้อมูลต้องตรงกับที่แสดงในหน้า
ข้อความ alt ของรูปให้ร่างจากคำบรรยายรูปต้องตรงกับรูปจริง
แปลร่างเป็นอีกภาษาได้ร่างแรกเร็วคนที่ใช้ภาษานั้นต้องอ่านทวน
สรุปข้อมูลที่ส่งออกจาก Search Consoleให้จัดกลุ่มหรือหารูปแบบเปิดดูหน้าหรือแถวข้อมูลจริงที่ AI อ้างถึงทุกครั้ง

จุดร่วมของงานกลุ่มนี้คือ เราเป็นเจ้าของข้อมูล AI แค่จัดรูปหรือเรียบเรียงใหม่ และผลลัพธ์ตรวจกับของจริงได้ง่าย

2.2 งานที่ AI ตอบผิดได้อย่างมั่นใจ

สิ่งที่ AI บอกปัญหาทำอย่างไร
ตัวเลขปริมาณการค้นหา หรือสถิติถ้าเครื่องมือไม่ได้ต่อกับแหล่งข้อมูลจริง ตัวเลขนั้นคือการเดาถามว่าตัวเลขมาจากไหน ถ้าตอบไม่ได้ อย่าใช้
คำพูดที่ยกมาและลิงก์อ้างอิงถ้อยคำอาจไม่ตรงต้นฉบับ ลิงก์อาจไม่มีอยู่จริงเปิดลิงก์ทุกอัน หาถ้อยคำนั้นในหน้าจริง
กฎของ Google หรือแพลตฟอร์มอื่นกฎเปลี่ยนบ่อย ความรู้ของ AI อาจเก่ากว่ากฎปัจจุบันตรวจกับเอกสารทางการ ดูวันที่อัปเดตของหน้า
คำที่คนไทยใช้ค้นคำเดียวกันเขียนได้หลายแบบ AI อาจเลือกแบบที่คนไม่ได้ค้นดูคำค้นจริงใน Search Console
โค้ดหรือ markupดูถูกต้องแต่ผิดสเปกทดสอบด้วยเครื่องมือตรวจ

ตัวอย่างกฎที่เปลี่ยนในปีนี้ ตั้งแต่ 31 สิงหาคม 2026 Search Console เปิดตัวเลือกให้ทุกเว็บเลือกว่าจะให้แสดงใน AI Overviews, AI Mode และฟีเจอร์ AI ใน Discover หรือไม่ (บทที่ 4) AI ที่เรียนข้อมูลก่อนหน้านั้นจะไม่รู้เรื่องนี้เลย

2.3 บทเรียนจาก KoishiAI: สรุปที่ดูน่าเชื่อ แต่ผิด

ระหว่างทำเว็บนี้ เราเจอข้อมูลที่ “ดูถูก” แต่ผิดหลายครั้ง และทุกครั้งแก้ได้ด้วยวิธีเดียว คือเปิดหน้าต้นทางอ่านเอง

กฎการอ่านตัวเลข หน้าเครื่องมือแปลงเงินบาทเป็นคำอ่านของเรา เคยเขียนตามสรุปจากผลการค้นหาว่า เลข 1 ท้ายจำนวนอ่านได้ทั้ง “เอ็ด” และ “หนึ่ง” ตามหลักราชบัณฑิตยสภา ตอนนั้นเว็บของราชบัณฑิตยสภาเปิดไม่ได้ พอเปิดได้แล้วอ่านเอง หน้าคลังความรู้ของราชบัณฑิตยสภาเขียนว่า ตามหลักภาษาไทยให้อ่านว่า “เอ็ด” ได้เพียงอย่างเดียว เราแก้หน้าเครื่องมือตามต้นฉบับแล้ว

เครื่องมือที่ไม่มีอยู่แล้ว เราเคยแนะนำเครื่องมือล้างแคชพรีวิวลิงก์ของ LINE ตามที่หลายแหล่งพูดถึง พอตรวจจริง โดเมนของเครื่องมือนั้นไม่มีอยู่แล้ว

ร่างที่เราเขียนเอง บทเรียนและบทความที่เราค้นคว้าเองชุดล่าสุดผ่านการตรวจข้อเท็จจริงแยกจากคนเขียน โดยให้ AI อีกชุดที่ไม่ได้เขียนเปิดหน้าต้นทางตรวจทีละข้อ ทุกชุดเจอข้อผิดในร่างแรก ทั้งคำอธิบายสาเหตุที่ผิด ข้อที่ตกหล่น และประโยคที่พูดเกินหลักฐาน

สิ่งที่เรียนรู้คือ ข้อมูลผิดที่อันตรายที่สุดไม่ใช่ข้อมูลที่ดูแปลก แต่เป็นข้อมูลที่ฟังสมเหตุสมผลและตรงกับที่เราคาดไว้

2.4 วิธีใช้ AI ค้นคว้าโดยไม่พลาด

  • ให้ AI ชี้ทาง แล้วไปอ่านต้นทางเอง ขอให้บอกว่าข้อมูลมาจากหน้าไหน แล้วเปิดหน้านั้นเอง
  • ดูวันที่ เอกสารใน Google Search Central แสดงวันที่อัปเดตล่าสุดไว้ท้ายหน้า ถ้าสองหน้าพูดไม่ตรงกัน ให้เชื่อหน้าที่ใหม่กว่า และระบุว่ามีความต่าง
  • แยกข้อเท็จจริงออกจากการตีความ “Google บอกว่า X” กับ “เราคิดว่า X เพราะ Y” ต้องเขียนให้คนอ่านแยกได้
  • ให้คนที่ไม่ได้เขียนเป็นคนตรวจ ไม่ว่าคนเขียนจะเป็นคนหรือ AI

2.5 ลงมือหลังอ่านบทนี้

  • เลือกหน้าที่ใช้ AI ช่วยเขียน 3 หน้า ขีดเส้นใต้ตัวเลข คำพูดที่ยกมา และกฎทุกข้อ แล้วตามหาต้นทางทีละข้อ
  • ข้อที่หาต้นทางไม่เจอ ให้ลบ หรือเขียนให้ชัดว่าเป็นความเห็น
  • เปลี่ยนคำในชื่อหน้าให้ตรงกับคำค้นจริงจาก Search Console

บทถัดไปจะรวมทุกอย่างเป็นระบบ คือการเขียนด้วย AI ที่มีแหล่งอ้างอิง มีด่านตรวจ และมีผู้ตรวจ

เครื่องมือที่เกี่ยวข้อง

แหล่งอ้างอิง