ข้ามไปยังเนื้อหา
KoishiAI
EN
← กลับไปยังบทความทั้งหมด

YouTube Custom Feeds: ปรับแต่งด้วย Gemini AI

ค้นพบฟีเจอร์ YouTube Custom Feeds ที่ขับเคลื่อนด้วย Gemini AI เรียนรู้วิธีสร้างคำแนะนำวิดีโอที่ปรับแต่งเฉพาะบุคคลโดยใช้คำสั่งภาษาธรรมชาติ และควบคุมประสบการณ์การรับชมของคุณ

KoishiAI · บรรณาธิการ: เกียรติดำรง ตรีครุธพันธ์ · · · 35 นาทีในการอ่าน
บทความนี้ AI ร่างจากแหล่งอ้างอิง ระบบอัตโนมัติตรวจข้อเท็จจริงกับแหล่งต้นทาง และบรรณาธิการอ่านทุกบทความเพื่อดูความชัดเจน วิธีทำงาน · มาตรฐาน · แจ้งข้อผิดพลาด
Close-up of a smartphone with AI assistant interface on screen over a laptop.
Photo by Matheus Bertelli on Pexels

สรุปสั้น: YouTube เปิดตัวฟีเจอร์ Custom Feeds ที่ขับเคลื่อนด้วย Gemini AI เพื่อให้ผู้ใช้สร้างฟีดวิดีโอเฉพาะบุคคลผ่านคำสั่งภาษาธรรมชาติได้อย่างอิสระ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนผ่านสำคัญจากการที่อัลกอริทึมเป็นผู้ตัดสินใจเพียงฝ่ายเดียว สู่การมอบอำนาจให้ผู้ชมควบคุมประสบการณ์การรับชมเนื้อหาได้ตรงใจยิ่งขึ้น

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • YouTube ประกาศเปิดตัวฟีเจอร์ ‘Custom Feeds’ เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2026 ระหว่างงาน Made on YouTube
  • ฟีเจอร์นี้ขับเคลื่อนโดยโมเดล Gemini AI ของ Google เพื่อตีความคำสั่งภาษาธรรมชาติของผู้ใช้และสร้างฟีดวิดีโอเฉพาะบุคคล
  • ผู้ใช้สามารถสร้างฟีดได้ผ่านช่องใส่คำสั่ง (prompt box) เช่น วิดีโอพอดแคสต์สำหรับดูระหว่างเดินทางไปทำงาน ซึ่งจะปรากฏเป็นแท็บแยกต่างหากบนหน้าแรก
  • Emily Moxley รองประธานฝ่าย Viewer AI ของ YouTube ชี้ว่าฟีเจอร์นี้ช่วยให้ผู้ใช้ควบคุมอัลกอริทึมด้วยภาษาธรรมชาติ แทนการพึ่งพาประวัติการรับชมเพียงอย่างเดียว
  • Custom Feeds ทำงานคู่กับฟีด Home มาตรฐานที่ใช้อัลกอริทึมดั้งเดิม โดยไม่เปลี่ยนแปลงระบบแนะนำเนื้อหาหลักของแพลตฟอร์ม
  • การเปิดตัวนี้สอดคล้องกับแนวโน้มอุตสาหกรรมที่คู่แข่งอย่าง Bluesky, Meta (Threads/Instagram), X และ Spotify นำ AI มาช่วยปรับแต่งฟีดข้อมูลเช่นกัน

YouTube เปิดตัว ‘Custom Feeds’ ที่ขับเคลื่อนด้วย Gemini AI

YouTube ประกาศเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2026 ว่ากำลังเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ชื่อ “Custom Feeds” ซึ่งอนุญาตให้ผู้ใช้สร้างคำแนะนำวิดีโอแบบเฉพาะบุคคลโดยใช้คำสั่งภาษาธรรมชาติ [1][2] ฟีเจอร์นี้ถูกเปิดเผยในช่วงงาน “Made on YouTube” ของบริษัท โดยเครื่องมือดังกล่าวใช้โมเดล Gemini AI ของ Google ในการตีความคำขอของผู้ใช้และสร้างฟีดคำแนะนำเฉพาะทาง [3][6] โครงการนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในวิธีการที่ผู้ชมมีปฏิสัมพันธ์กับเนื้อหาบนแพลตฟอร์มที่มีวิดีโอมากกว่า 20 พันล้านรายการ [6]

วิธีการทำงานของ Custom Feeds

ฟีเจอร์นี้เพิ่มช่องใส่คำสั่ง (prompt box) ที่ผู้ใช้สามารถอธิบายประเภทของวิดีโอที่ต้องการดู เช่น วิดีโอพอดแคสต์สำหรับดูระหว่างนั่งรถไฟไปทำงาน 30 นาที หรือวิดีโอคอมเมนทารีสบาย ๆ ไว้ผ่อนคลาย [1][6] โมเดล Gemini AI จะประมวลผลข้อมูลเหล่านี้เพื่อคัดสรรชุดวิดีโอเฉพาะที่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้ [2][6]

หลังจากที่สร้างเสร็จแล้ว แต่ละฟีดแบบกำหนดเองจะปรากฏเป็นแท็บแยกต่างหากซึ่งถูกตรึงไว้ด้านบนสุดของหน้าแรก YouTube [1][2] แท็บเหล่านี้จะอยู่เคียงข้างฟีด Home มาตรฐาน ซึ่งยังคงไม่เปลี่ยนแปลงและทำงานตามตรรกะอัลกอริทึมแบบดั้งเดิมโดยอิงจากประวัติการรับชมและสัญญาณการมีส่วนร่วม [3] การออกแบบนี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสลับระหว่างความสนใจที่คัดสรรไว้และการท่องเว็บทั่วไปโดยไม่สูญเสียประสบการณ์การใช้งานใด ๆ [6]

Emily Moxley รองประธานฝ่ายการจัดการผลิตภัณฑ์สำหรับ Viewer AI ของ YouTube ระบุกับ WIRED ว่าผู้ใช้ต้องการควบคุมได้มากขึ้นและอยากกำหนดทิศทางอัลกอริทึมของตนเองได้มากขึ้น และ Custom Feeds ให้วิธีทำเช่นนั้นด้วยภาษาธรรมชาติ [3] ฟีเจอร์นี้ช่วยลดการพึ่งพาสัญญาณแบบไม่กระตือรือร้นเพียงอย่างเดียว เช่น การกดถูกใจหรือประวัติการรับชม [3][6] เป้าหมายคือช่วยให้ผู้ใช้สามารถนำทางเนื้อหาปริมาณมหาศาลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยอนุญาตให้พวกเขากำหนดความสนใจของตนเองอย่างชัดเจน แทนที่จะเป็นการอนุมานจากพฤติกรรมในอดีต [1]

การเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมสู่การควบคุมการจัดสรรเนื้อหาโดยผู้ใช้

การเปิดตัวของ YouTube สอดคล้องกับแนวโน้มกว้างๆ ในเครือข่ายสังคมและแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งที่นำระบบ AI มาใช้ปรับแต่งฟีดข้อมูล [1][2] คู่แข่งในวงการเพิ่งเปิดตัวฟีเจอร์คล้ายกันที่อนุญาตให้ผู้ใช้จัดสรรประสบการณ์อัลกอริทึมของตนเองผ่านคำสั่งอธิบายลักษณะ:

  • Bluesky: เปิดตัว “Attie” เครื่องมือสำหรับสร้างฟีดข้อมูลแบบกำหนดเอง
  • Meta: นำระบบการจัดสรรเนื้อหาที่ขับเคลื่อนด้วย AI มาใช้ใน Threads และ Instagram
  • X (เดิมคือ Twitter): เพิ่มตัวเลือกสำหรับการกรองฟีดข้อมูลที่ผู้ใช้กำหนดเอง
  • Spotify: เปิดโอกาสให้ผู้ใช้สร้างเพลย์ลิสต์ผ่านการพิมพ์คำถามเป็นภาษาธรรมชาติ [1][2]

การเคลื่อนไหวในอุตสาหกรรมนี้ชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านจากการรับชมแบบ passive (ผู้ชมเป็นฝ่ายรับอย่างเดียว) ซึ่งอัลกอริทึมเป็นผู้ตัดสินใจว่าผู้ชมจะเห็นเนื้อหาอะไรโดยอ้างอิงจากเมตริกที่ซ่อนอยู่ สู่การสร้างฟีดข้อมูลแบบ active ที่ผู้ใช้สามารถควบคุมแหล่งที่มาของเนื้อหาได้โดยตรง [6] โดยการมอบความสามารถให้ผู้ชมสามารถกำหนดทิศทางอัลกอริทึมของตนเอง แพลตฟอร์มมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความพึงพอใจและการมีส่วนร่วมของผู้ใช้ ในสภาพแวดล้อมดิจิทัลที่มีการแข่งขันสูงยิ่งขึ้น [3]

บริบท: อัลกอริทึมและเครื่องมือสำหรับผู้สร้างเนื้อหาของ YouTube ที่พัฒนาขึ้น

การประกาศครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงสำคัญในระบบแนะนำเนื้อหาหลักของ YouTube ในปี 2026 แพลตฟอร์มได้เปลี่ยนไปใช้กลยุทธ์ “การค้นพบที่ถ่วงน้ำหนักด้วยความพึงพอใจ” (satisfaction-weighted discovery) ซึ่งให้ความสำคัญกับความพึงพอใจของผู้ชมและคุณภาพของการคงอยู่รับชม มากกว่าเมตริกจำนวนชั่วโมงการรับชมล้วนๆ [4][7] การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนถึงความพยายามในวงกว้างของอุตสาหกรรมในการลดอาการล้าของผู้ใช้ (user burnout) และปรับปรุงสุขภาพระยะยาวของการรับชมเนื้อหา โดยมุ่งเน้นที่คุณภาพของการมีส่วนร่วมมากกว่าเพียงระยะเวลา [5]

นอกจากนี้ YouTube ยังคงขยายการผสานรวม AI สำหรับผู้สร้างเนื้อหา เมื่อเดือนมกราคม 2026 Neal Mohan ซีอีโอของ YouTube ได้ประกาศว่าผู้สร้างเนื้อหาจะสามารถสร้างคลิป Shorts โดยใช้ภาพลักษณ์ AI ของตนเองได้ในเร็วๆ นี้ ซึ่งเป็นความสามารถที่ออกแบบมาเพื่อลดขั้นตอนการผลิตขณะที่ยังคงรักษาความแท้จริงไว้ [8] การแนะนำฟีเจอร์ Custom Feeds เข้ามาเสริมเครื่องมือที่มุ่งเน้นผู้สร้างเหล่านี้ โดยยกระดับประสบการณ์ของผู้ชม สร้างระบบนิเวศที่เชื่อมโยงกันมากขึ้น ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้รับประโยชน์จากความสามารถขั้นสูงของ AI [6]

แผนการเผยแพร่

nYouTube มีแผนจะเปิดใช้ฟีเจอร์ Custom Feeds ให้กับผู้ใช้งานทั้งหมดในสหรัฐอเมริกา บนแพลตฟอร์มเว็บ มือถือ และทีวี ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 2026 [3][6] ปัจจุบันบริษัทยังไม่ได้ระบุวันที่จะปล่อยฟีเจอร์นี้ในระดับนานาชาติ หรือรายละเอียดเกี่ยวกับรูปแบบการสร้างรายได้ที่อาจเกิดขึ้นสำหรับฟีดแบบกำหนดเอง [1] เมื่อฟีเจอร์นี้เข้าสู่ระยะการผลิต จะมีการจับตามองอย่างใกล้ชิดในฐานะกรณีศึกษาว่าอินเทอร์เฟซที่ใช้ภาษาธรรมชาติสามารถเปลี่ยนแปลงการค้นพบเนื้อหาในวงกว้างได้ดีเพียงใด [2]

แหล่งข้อมูล

  1. YouTube will let you build your own algorithm with AI | TechCrunch (techcrunch.com) — 2026-09-23
  2. YouTube will let you build your own algorithm with AI | TechCrunch (techcrunch.com) — 2026-09-23
  3. YouTube’s Custom Feeds Give You More Control Over the Algorithm (www.wired.com) — 2026-09-23
  4. YouTube’s Custom Feeds Let You Tell Gemini Exactly What You Want to Watch (www.gadgetreview.com) — 2026-09-23
  5. 2026 YouTube Algorithm Updates: Month-by-Month Guide — AIR Media-Tech (air.io) — 2026-09-08
  6. 2026 YouTube Algorithm Updates: Month-by-Month Guide — MilX (milx.app) — 2026-07-29
  7. What’s Actually Working on YouTube in 2026 (7 Algorithm Shifts You Need to Know) — Gillian Perkins (www.gillianperkins.com) — 2026-06-15
  8. YouTube will soon let creators make Shorts with their own AI likeness | TechCrunch (techcrunch.com) — 2026-01-21

คำถามที่พบบ่อย

YouTube Custom Feads คืออะไรและทำงานอย่างไร ▼
YouTube Custom Feeds เป็นฟีเจอร์ใหม่ที่เปิดตัวเมื่อเดือนกันยายน 2026 ซึ่งอนุญาตให้ผู้ใช้สร้างฟีดวิดีโอเฉพาะบุคคลโดยใช้คำสั่งภาษาธรรมชาติผ่านโมเดล Gemini AI ของ Google
วิธีสร้างฟีดวิดีโอแบบกำหนดเองบน YouTube ทำได้อย่างไร ▼
ผู้ใช้สามารถพิมพ์คำอธิบายประเภทวิดีโอที่ต้องการดูลงในช่องใส่คำสั่ง (prompt box) เช่น วิดีโอพอดแคสต์สำหรับดูระหว่างเดินทางหรือวิดีโอผ่อนคลายก่อนนอน จากนั้น Gemini AI จะประมวลผลเพื่อคัดสรรวิดีโอที่ตรงกับความต้องการนั้นๆ
Custom Feeds จะแสดงอยู่ที่ไหนในแอป YouTube ▼
ฟีดที่กำหนดเองจะปรากฏเป็นแท็บแยกต่างหากซึ่งถูกตรึงไว้ด้านบนสุดของหน้าแรก YouTube โดยอยู่เคียงข้างกับฟีด Home มาตรฐาน
Custom Feads ช่วยแก้ปัญหาอะไรในการใช้งาน YouTube ▼
ฟีเจอร์นี้ช่วยให้ผู้ใช้ควบคุมอัลกอริทึมด้วยภาษาธรรมชาติโดยตรง แทนที่จะพึ่งพาเพียงประวัติการรับชมหรือการกดถูกใจแบบเดิม