ข้ามไปยังเนื้อหา
KoishiAI
EN
← กลับไปยังบทความทั้งหมด

Replit รายได้ ARR 1 พันล้านดอลลาร์ มั่นใจอยู่รอดอิสระไม่ขายกิจการ

Replit เผยรายได้ ARR 1 พันล้านดอลลาร์ มั่นใจอยู่รอดแบบอิสระไม่ขายกิจการ แข่งขันกับ Cursor และ SpaceX ด้วยโมเดลธุรกิจที่ยั่งยืน

KoishiAI · บรรณาธิการ: เกียรติดำรง ตรีครุธพันธ์ · · 18 นาทีในการอ่าน
บทความนี้ AI เขียนจากแหล่งอ้างอิง ผ่านการตรวจสอบข้อเท็จจริงและกลั่นกรองโดยบรรณาธิการ วิธีทำงาน · มาตรฐาน · แจ้งข้อผิดพลาด
Bearded man with eyeglasses working on a laptop in a minimalist office setting.
Photo by www.kaboompics.com on Pexels

สรุปสั้น: Amjad Masad ซีอีโอ Replit ยืนยันบริษัทมีรายได้ต่อปี (ARR) สูงถึง 1 พันล้านดอลลาร์ และกำลังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ทำให้บริษัทไม่มีความจำเป็นต้องขายกิจการ [1][2] แม้คู่แข่งอย่าง Cursor จะมีความเคลื่อนไหวเรื่องถูก SpaceX ซื้อกิจการ แต่ Replit มั่นใจในโมเดลธุรกิจที่ยังคงทำกำไรได้ [1] การเติบโตนี้มาจากฟีเจอร์ Agentic Coding ที่ดึงดูดผู้ใช้กว่า 50 ล้านคนทั่วโลก [2]

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • Replit มีรายได้ต่อปี (ARR) สูงถึง 1 พันล้านดอลลาร์ และเติบโตจาก 2.8 ล้านดอลลาร์ในปี 2024 [1]
  • Replit มีผู้ใช้งานลงทะเบียนกว่า 50 ล้านคน และถูกใช้โดยพนักงานในบริษัท Fortune 500 ถึง 85% [2]
  • Cursor มีรายงานว่ามีอัตรากำไรขั้นต้นเป็นลบที่ 23% [1]
  • Replit มีรายได้เติบโตจาก 10 ล้านดอลลาร์เป็น 100 ล้านดอลลาร์ภายใน 5.5 เดือน [2]
  • Amjad Masad ปฏิเสธข้อเสนอซื้อกิจการมูลค่า 1 พันดอลลาร์เมื่อทีมมีเพียง 6 คน [4]
  • Replit ระดมทุนรวมแล้ว 922 ล้านดอลลาร์ และประเมินมูลค่าบริษัทที่ 9 พันดอลลาร์ [2]
  • Cursor มีข้อตกลงกับ SpaceX ให้ SpaceX มีสิทธิ์ในการเข้าซื้อกิจการ [2]

Replit กับเป้าหมายรายได้ 1 พันล้านดอลลาร์และการยืนหยัดความเป็นอิสระ

Amjad Masad ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง Replit ได้ออกมาประกาศถึงผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดของบริษัท โดยเปิดเผยว่า Replit มีรายได้ต่อปี (Annual Recurring Revenue: ARR) สูงถึง 1 พันล้านดอลลาร์แล้ว [1] ตัวเลขนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับแพลตฟอร์มการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ใช้ AI ซึ่งเคยมีรายได้รวมเพียง 2.8 ล้านดอลลาร์ในปี 2024 [1] การเติบโตนี้เกิดขึ้นจากการเปิดตัวฟีเจอร์ ‘Agentic Coding’ เมื่อเดือนกันยายน 2024 ซึ่งอนุญาตให้ผู้ใช้ที่ไม่มีความรู้ด้านเทคนิคสามารถสร้างซอฟต์แวร์ได้ผ่านการพิมพ์คำสั่ง [1]

Masad เน้นย้ำว่า Replit มีเสถียรภาพทางการเงินที่ดี โดยบริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margins) เป็นบวกมานานกว่า 1 ปีแล้ว [1] ตัวเลขนี้แตกต่างจากคู่แข่งขันอย่าง Cursor ที่มีรายงานว่าอัตรากำไรขั้นต้นเป็นลบที่ 23% [1] แม้ Replit จะเปิดรับข้อเสนอจากบริษัทต่างๆ ตามหน้าที่ของผู้บริหาร แต่ Masad ยืนยันชัดเจนว่าบริษัทจะพยายามรักษาความเป็นอิสระไว้ [1]

การแข่งขันกับ Cursor และ SpaceX

ในอุตสาหกรรม AI Coding มีการพูดถึงข่าวลือเรื่องการเข้าซื้อกิจการของ Cursor อย่างกว้างขวาง โดย SpaceX มีข้อตกลงที่ให้สิทธิในการเข้าซื้อกิจการ Cursor [2] อย่างไรก็ตาม Masad มองว่าโมเดลธุรกิจของ Replit นั้นมีความยั่งยืนกว่า เนื่องจากมีรายได้และกำไรที่มั่นคง [1] การเติบโตของ Replit ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงในระยะเวลาสั้นๆ แต่มีพื้นฐานที่แข็งแกร่งจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้ทั้งนักพัฒนาและบุคคลทั่วไป [2]

ประวัติศาสตร์การปฏิเสธข้อเสนอซื้อกิจการ

Masad เคยปฏิเสธข้อเสนอซื้อกิจการมูลค่า 1 พันดอลลาร์เมื่อทีมมีเพียง 6 คน โดยได้รับคำแนะนำจาก Marc Andreessen [4] การตัดสินใจครั้งนั้นส่งผลให้ Replit เติบโตเป็นบริษัทที่มีมูลค่า 9 พันล้านดอลลาร์ในปัจจุบัน [2] นับตั้งแต่ปี 2018 ที่ผู้ใช้มีจำนวน 750,000 คน ปัจจุบัน Replit มีผู้ใช้ลงทะเบียนกว่า 50 ล้านคน [2]

บทสรุป

Replit กำลังเติบโตอย่างแข็งแกร่งด้วยรายได้ 1 พันล้านดอลลาร์และผู้ใช้ 50 ล้านคน โดย Masad มั่นใจในโมเดลธุรกิจที่ยั่งยืน [1][2] แม้คู่แข่งขันอย่าง Cursor จะมีเคลื่อนไหวเรื่อง SpaceX แต่ Replit เลือกว่าจะยืนหยัดความเป็นอิสระ [1] การเติบโตนี้มาจากฟีเจอร์ Agentic Coding ที่เปลี่ยนวิธีสร้างซอฟต์แวร์ [1]

Sources

  1. Replit CEO Amjad Masad Reveals Stunning Revenue Growth and Apple Battle Amid Cursor Deal Rumors (bitcoinworld.co.in) — 2026-05-02
  2. 20Product: Replit CEO on Why Coding Models Are Plateauing | Why the SaaS Apocalypse is Justified: Will Incumbents Be Replaced? | Why IDEs Are Dead and Do PMs Survive the Next 3-5 Years with Amjad Masad (podcasts.apple.com) — 2026-04-25
  3. Replit’s CEO got a $1Bn acquisition offer when his team was 6 people Immigrating from Jordan, an emerging market like India, the offer was a life-changing moment. He had reached the US with just… | Aviral Bhatnagar | 19 comments (www.linkedin.com) — 2023-01-01