ข้ามไปยังเนื้อหา
KoishiAI
EN
← กลับไปยังบทความทั้งหมด

OpenAI รื้อฟื้นปฏิบัติการหน้าสื่อปลอมขับเคลื่อนด้วย AI: สิ่งที่เปลี่ยนไปและต้นทุนที่ต้องจ่าย

ในเดือนตุลาคม 2026 OpenAI ได้เปิดเผยการหยุดยั้งปฏิบัติการบ่มเพาะอิทธิพลสองครั้งที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อสนับสนุนหน้าสื่อปลอม ซึ่งหนึ่งเกี่ยวข้องกับรัสเซียและอีกอันเกี่ยวข้องกับอิหร่าน รายงานดังกล่าวอธิบายอย่างละเอียดว่าองค์กรคิดค้นนโยบายปลอม (fake think tanks) และชื่อผู้เขียนบทความที่สร้างขึ้นมาถูกนำมาใช้แทรกซึมเข้าไปใน

KoishiAI · บรรณาธิการ: เกียรติดำรง ตรีครุธพันธ์ · · 21 นาทีในการอ่าน
บทความนี้ AI ร่างจากแหล่งอ้างอิง ระบบอัตโนมัติตรวจข้อเท็จจริงกับแหล่งต้นทาง และบรรณาธิการอ่านทุกบทความเพื่อดูความชัดเจน วิธีทำงาน · มาตรฐาน · แจ้งข้อผิดพลาด
Man working with cybersecurity software on laptop and smartphone.
Photo by Antoni Shkraba on Pexels

สรุปสั้น: OpenAI รายงานการสกัดกั้นปฏิบัติการอิทธิพลจากรัสเซียและอิหร่านที่เปลี่ยนกลยุทธ์มาใช้ AI สร้างหน้าสื่อปลอมแทนบอทโซเชียลมีเดีย โดยแคมเปญ ‘Bogus Bylines’ ของอิหร่านสามารถตีพิมพ์บทความเท็จได้เกือบ 100 ชิ้น การค้นพบนี้ชี้ให้เห็นว่าภัยคุกคามไซเบอร์กำลังยกระดับสู่การแทรกซึมโครงสร้างข่าวอย่างลึกซึ้ง ซึ่งทำให้การตรวจสอบแหล่งที่มาและความน่าเชื่อถือของข้อมูลกลายเป็นความท้าทายสำคัญต่อเสถียรภาพทางภูมิรัฐศาสตร์ในปัจจุบัน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ในเดือนตุลาคม 2026 OpenAI รายงานการสกัดกั้นปฏิบัติการอิทธิพลสองครั้งที่ใช้ AI เพื่อสนับสนุนหน้าสื่อปลอม โดยมุ่งเป้าไปที่วาทกรรมทางภูมิรัฐศาสตร์ผ่านเครือข่ายสื่อ
  • ปฏิบัติการรหัส “Dark Clark” เกี่ยวข้องกับรัสเซีย ใช้ศูนย์วิจัยสมมติในละตินอเมริกา และใช้ AI ช่วยแปลและปรับปรุงเอกสารเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการแทรกซึม
  • ปฏิบัติการ “Bogus Bylines” เชื่อมโยงกับอิหร่าน สร้างตัวตนนักข่าวปลอม 7 ราย ส่งผลให้มีบทความถูกตีพิมพ์เกือบ 100 ชิ้นในสำนักข่าวประมาณสิบแห่ง
  • นี่เป็นการเปลี่ยนทิศทางจากการแทรกแซงบนโซเชียลมีเดีย ไปสู่การฝังเนื้อหาเท็จลงในสำนักข่าวที่ถูกกฎหมายโดยใช้โครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัยที่เสริมด้วย AI
  • ก่อนหน้านี้เมื่อ 30 พฤษภาคม 2024 OpenAI เคยเปิดเผยปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับรัสเซีย จีน อิหร่าน และอิสราเอล ที่เน้นการสร้างความคิดเห็นและโปรไฟล์ปลอมบนโซเชียลมีเดีย

OpenAI รุกหนักปฏิบัติการอิทธิพลที่ขับเคลื่อนด้วย AI ในละตินอเมริกาและสื่อทั่วโลก

ในเดือนตุลาคม 2026 OpenAI รายงานการสกัดกั้นปฏิบัติการอิทธิพลสองครั้งที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อสนับสนุนแคมเปญหลอกลวงผ่านเครือข่ายสื่อต่างๆ การดำเนินการเหล่านี้ ซึ่งถูกระบุว่าเป็นการมุ่งเป้าไปที่วาทกรรมทางภูมิรัฐศาสตร์ผ่านการรายงานข่าวที่สร้างขึ้นใหม่ ถือเป็นการเปลี่ยนทิศทางจากการแทรกแซงบนโซเชียลมีเดียอย่างชัดเจน ไปสู่การฝังเนื้อหาเท็จลงในสำนักข่าวที่ถูกกฎหมาย

ปฏิบัติการแรก มีผู้กระทำที่เกี่ยวข้องกับรัสเซียและใช้รหัสว่า “Dark Clark” ดำเนินการผ่านองค์กรสมมติที่รู้จักกันในชื่อ Social Research Center ซึ่งตั้งอยู่ในละตินอเมริกา นักวิจัยท้องถิ่นได้ทำการสัมภาษณ์จริงและร่างวิเคราะห์นโยบาย โดยไม่ทราบว่าตนเองถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือเพื่อส่งเสริมเป้าหมายอิทธิพลจากต่างประเทศ [1] รายงานของ OpenAI อธิบายว่ามีการใช้เครื่องมือ AI ในการปรับปรุงร่างข้อความภาษาอังกฤษ แปลเนื้อหา และสร้างเอกสารภายใน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน [2] อย่างไรก็ตาม ไม่มีแหล่งข้อมูลที่ยืนยันได้ว่าข้อกล่าวอ้างเฉพาะเจาะจงที่ว่าปฏิบัติการเหล่านี้รวมถึงอีเมลปลอมที่ส่งไปยังโรงเรียนในเปรู หรือบันทึกเสียง fabricated ของเจ้าหน้าที่ยูเครน เป็นส่วนหนึ่งจากการเปิดเผยอย่างเป็นทางการของ OpenAI รายละเอียดเหล่านี้อาจปรากฏในการรายงานข่าวระดับรอง แต่ขาดการอ้างอิงโดยตรงจากการเปิดเผยสาธารณะของ OpenAI

ปฏิบัติการที่สอง ใช้ชื่อว่า “Bogus Bylines” เกี่ยวข้องกับตัวตนนักข่าวชาวตะวันตกปลอมเจ็ดรายที่ใช้เสนอผลงานบทความไปยังสำนักข่าวประมาณสิบแห่ง ส่งผลให้มีบทความถูกตีพิมพ์เกือบ 100 ชิ้น [2] แคมเปญที่เชื่อมโยงกับอิหร่านอาศัยการเขียนที่ช่วยด้วย AI ในการร่างและปรับแต่งเนื้อหา แต่ OpenAI ไม่ได้ยืนยันว่าความพยายามนี้ได้รับจัดระดับความรุนแรงอย่างเป็นทางการ เช่น “Category 4” หรือมีการเลียนแบบรูปแบบอิทธิพลก่อนยุค AI การตีความเชิงวิเคราะห์ดังกล่าวถูกบันทึกไว้ในความคิดเห็นจากผู้สังเกตการณ์ภายนอก แต่ไม่ได้ถูกนำเสนอเป็นข้อค้นพบอย่างเป็นทางการในรายงานสาธารณะของ OpenAI

ก่อนหน้านี้ OpenAI เคยรายงานเกี่ยวกับความพยายามด้านอิทธิพลที่สอดคล้องกับรัฐ ซึ่งเกี่ยวข้องกับรัสเซีย จีน อิหร่าน และอิสราเอล รวมถึงการเปิดเผยเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2024 [3] ในขณะนั้น Ben Nimmo จากทีมข่าวกรองของ OpenAI ชี้ให้เห็นว่าแม้ AI จะถูกใช้เพื่อสร้างความคิดเห็นบนโซเชียลมีเดีย โปรไฟล์ปลอม และภาพสังเคราะห์ แต่แคมเปญเหล่านี้กลับประสบความยากลำบากในการดึงดูดความสนใจจากผู้ชมจริง [3] Meta ได้แสดงความคิดเห็นในทิศทางเดียวกัน โดยระบุว่าในรายงานภัยคุกคามรายไตรมาสของตนว่า แม้จะมีการใช้เนื้อหาที่สร้างโดย AI ในการลบโพสต์ล่าสุด แต่เทคโนโลยีดังกล่าวไม่ได้บั่นทอนความสามารถในการสกัดกั้นความพยายามในการแทรกแซงของพวกเขา [3]

การเปิดเผยข้อมูลในเดือนตุลาคม 2026 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในวิธีการที่รัฐใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อสร้างอิทธิพล โดยก้าวข้ามจากเครือข่ายบอทและบัญชีปลอม ไปสู่การแทรกซึมสถาบันสื่อในระยะยาวผ่านโครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัยที่เสริมด้วย AI การดำเนินการเหล่านี้ฉวยประโยชน์จากความน่าเชื่อถือของวารสารศาสตร์จริง ขณะเดียวกันก็ใช้เครื่องมือสังเคราะห์เพื่อขยายการผลิตเนื้อหา OpenAI เน้นย้ำว่า ลักษณะลับของการรณรงค์ดังกล่าวทำให้มันเปราะบางเมื่อถูกเปิดเผย เนื่องจากความพยายามคล้ายคลึงกันก่อนหน้านี้ได้หยุดลงทันทีที่ถูกค้นพบ

แม้ว่าบริษัทจะไม่ประกาศระดับความรุนแรงอย่างเป็นทางการเช่น “หมวด 5” หรือ “หมวด 4” ในการเผยแพร่ข่าวทางการ แต่ผู้วิเคราะห์ภายนอกได้ตีความว่าการดำเนินการของรัสเซียมีความซับซ้อนเป็นพิเศษ เนื่องจากการเลียนแบบสถาบันอย่างลึกซึ้งและการประสานงานข้ามพรมแดน การใช้ AI เพื่อเพิ่มความสมจริงผ่านการปรับภาษา การแปล และการสร้างเอกสาร ช่วยลดอุปสรรคสำหรับผู้กระทำรัฐในการรักษาความเป็นไปได้ที่จะปฏิเสธความรับผิดชอบ (plausible deniability) ในขณะที่ขยายขอบเขตการเข้าถึง

นัยยะในวงกว้างสะท้อนถึงความท้าทายที่เพิ่มขึ้น: จะตรวจจับและต่อต้านการรณรงค์สร้างอิทธิพลที่ผสมผสานระหว่างการรายงานข่าวจริงกับการเสริมเนื้อหาด้วยสังเคราะห์อย่างไร เมื่อเครื่องมือ AI เข้าถึงได้ง่ายขึ้น เส้นแบ่งระหว่างวารสารศาสตร์ที่ถูกกฎหมายและการจัดการอย่างลับๆ ยังคงเบลอไปเรื่อยๆ การเปิดเผยข้อมูลของ OpenAI ย้ำว่าการหยุดยั้งเป็นไปได้ แต่เฉพาะเมื่อระบบถูกออกแบบมาเพื่อตรวจจับความผิดปกติในแหล่งที่มาของเนื้อหา รูปแบบของผู้เขียน และพฤติกรรมของสถาบัน

การพัฒนาเหล่านี้ส่งสัญญาณสู่ระยะใหม่ด้านความปลอดภัยทางดิจิทัล: ไม่ใช่แค่การระบุบัญชีปลอม แต่ยังรวมถึงการตระหนักว่า AI ช่วยให้องค์กรทั้งหมดสามารถถูกสร้างขึ้นใหม่ตั้งแต่เริ่มต้นได้อย่างไร

แหล่งข้อมูล

  1. OpenAI Disrupts Russian and Iranian False Front Operations (securityonline.info) — 2026-10-09
  2. OpenAI’s False-Front Report: Its First Category 5 Takedown (cellcog.ai) — 2026-10-08
  3. In a first, OpenAI removes influence operations tied to Russia, China and Israel (www.npr.org) — 2024-05-30

คำถามที่พบบ่อย

OpenAI หยุดปฏิบัติการอิทธิพล AI ครั้งล่าสุดเมื่อไหร่และมีใครเกี่ยวข้องบ้าง ▼
OpenAI ได้เปิดเผยการหยุดยั้งปฏิบัติการอิทธิพลสองครั้งในเดือนตุลาคม 2026 ซึ่งหนึ่งเกี่ยวข้องกับรัสเซียและอีกอันเกี่ยวข้องกับอิหร่าน โดยทั้งสองใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อสนับสนุนหน้าสื่อปลอม
กลยุทธ์ของปฏิบัติการอิทธิพล AI ครั้งนี้ต่างจากเดิมอย่างไร ▼
การดำเนินการเหล่านี้เปลี่ยนทิศทางจากการแทรกแซงบนโซเชียลมีเดียอย่างชัดเจน ไปสู่การฝังเนื้อหาเท็จลงในสำนักข่าวที่ถูกกฎหมายผ่านเครือข่ายสื่อต่างๆ
ปฏิบัติการ Dark Clark ใช้ AI ช่วยงานด้านใดบ้าง ▼
ปฏิบัติการ "Dark Clark" ของรัสเซียใช้เครื่องมือ AI ในการปรับปรุงร่างข้อความภาษาอังกฤษ แปลเนื้อหา และสร้างเอกสารภายในเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับองค์กรสมมติในละตินอเมริกา
ปฏิบัติการ Bogus Bylines สร้างบทความเท็จจำนวนเท่าไหร่ ▼
ปฏิบัติการ "Bogus Bylines" เกี่ยวข้องกับตัวตนนักข่าวปลอมเจ็ดรายที่ใช้เขียนบทความประมาณ 100 ชิ้นไปยังสำนักข่าวสิบแห่ง โดยอาศัยการเขียนที่ช่วยด้วย AI ในการร่างและปรับแต่งเนื้อหา
OpenAI ยืนยันหรือไม่ว่าปฏิบัติการอิหร่านจัดอยู่ในระดับ Category 4 ▼
OpenAI ไม่ได้ยืนยันอย่างเป็นทางการว่าแคมเปญอิหร่านมีระดับความรุนแรงเป็น "Category 4" หรือมีการเลียนแบบรูปแบบอิทธิพลก่อนยุค AI อย่างชัดเจนตามรายงานสาธารณะ