Meta Ads เผยแพร่เนื้อหาที่สงสัยว่าเป็นการล่วงละเมิดเด็กด้วย AI
โฆษณาของ Meta เผยแพร่เนื้อหาที่สงสัยว่าเป็นการล่วงละเมิดเด็กด้วย AI ผ่านพาร์ทเนอร์ชาวจีนอย่าง GatherOne การสอบสวนพบว่าแอปพลิเคชัน Deepfake ที่สร้างภาพเปลือยได้เข้าถึงผู้ใช้หลายพันคนบน Facebook
สรุปสั้น: การสอบสวนพบว่า Meta เผยแพร่โฆษณาเกิน 300 รายการที่โปรโมตแอป Deepfake ล่วงละเมิดเด็กผ่านพาร์ทเนอร์ GatherOne จากจีน ซึ่งเข้าถึงผู้ใช้กว่า 29,000 ราย แม้จะลบออกแต่เนื้อหาใหม่ยังคงปรากฏซ้ำอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้สังคมเรียกร้องการตรวจสอบจากหน่วยงานยุติธรรม
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- Tech Transparency Project (TTP) พบว่า Meta แสดงโฆษณาที่สงสัยว่าเป็นภาพล่วงละเมิดเด็กด้วย AI จำนวนกว่า 300 รายการบน Facebook และ Instagram ในปี 2026
- โฆษณาดังกล่าวเข้าถึงผู้ใช้งานมากกว่า 29,000 ราย โดยส่วนใหญ่โปรโมตแอปพลิเคชันที่มีฟีเจอร์ Deepfake สำหรับลบเสื้อผ้าออกจากภาพบุคคลจริง
- แหล่งที่มาของโฆษณาเชื่อมโยงถึง GatherOne พาร์ทเนอร์จากจีน ที่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนจัดการแคมเปญเนื่องจาก Facebook และ Instagram ถูกห้ามใช้งานในจีนแผ่นดินใหญ่
- TTP ระบุตัวตนเด็กจริงได้ 4 คนที่ปรากฏในวิดีโอ ได้แก่ เด็กสามคนจากสหรัฐฯ และหนึ่งคนที่เป็นผู้มีอิทธิพลบนโซเชียลมีเดีย รวมถึงภาพจากพระราชวงศ์ยุโรปและนางแบบสต็อก
- Meta ลบโฆษณาประมาณครึ่งหนึ่งภายในวันที่ 1 กันยายน 2026 แต่พบการกลับมาของเนื้อหาละเมิดสิทธิมนุษยชนอีกกว่า 250 รายการนับตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม 2026
- Cindy Southworth จาก Meta ยืนยันว่าบริษัทได้ลบโฆษณาละเมิดกฎมากกว่า 340,000 รายการในช่วงปลายปี 2025 และกำลังจำกัดคำค้นหาพร้อมบล็อกลิงก์ที่เกี่ยวข้อง
แคมเปญโฆษณาของ Meta เปิดช่องโหว่ให้เนื้อหาการล่วงละเมิดทางเพศเด็กที่สร้างโดย AI
ผลการสอบสวนครั้งใหญ่เปิดเผยว่า Meta Platforms Inc. ได้แสดงโฆษณาจำนวนมากกว่า 300 รายการบน Facebook และ Instagram ในปี 2026 ซึ่งมีเนื้อหาสงสัยว่าเป็นภาพและวิดีโอการล่วงละเมิดทางเพศเด็กที่สร้างโดยปัญญาประดิษฐ์ (CSAM) โฆษณาเหล่านี้เข้าถึงผู้ใช้งานกว่า 29,000 ราย โดยส่วนใหญ่โปรโมตแอปพลิเคชันที่มีฟีเจอร์ในการลบเสื้อผ้าออกจากรูปถ่ายของบุคคลจริง
Tech Transparency Project (TTP) พบว่า เนื้อหาดังกล่าวมักแสดงภาพเด็กเล็กในสถานการณ์ทางเพศที่รุนแรงหรือถูกทำร้ายร่างกาย แม้ว่า Meta จะดำเนินการลบโฆษณาส่วนใหญ่เหล่านี้ออกไปในที่สุด แต่ผู้วิจัยก็ชี้ให้เห็นถึงความล่าช้าอย่างมีนัยสำคัญ และการกลับมาปรากฏซ้ำของเนื้อหาที่เป็นอันตรายคล้ายกัน รวมถึงรูปภาพของเด็กที่สามารถระบุตัวตนได้
บทบาทของพาร์ทเนอร์โฆษณาจากจีน
ข้อค้นพบที่สำคัญจากการสอบสวนนี้คือบทบาทของเอเจนซีโฆษณาบุคคลที่สามในการอำนวยความสะดวกให้เนื้อหาดังกล่าวเกิดขึ้น TTP ได้ติดตามแหล่งที่มาของโฆษณา abusiveness เหล่านี้ไปยังนักพัฒนาแอปพลิเคชันและ GatherOne พาร์ทเนอร์โฆษณาของ Meta ที่มีฐานอยู่ในจีน [1] เนื่องจาก Facebook และ Instagram ถูกห้ามใช้งานในประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ ผู้โฆษณาจึงจำเป็นต้องใช้ตัวกลางท้องถิ่นอย่าง GatherOne เพื่อจัดการแคมเปญบนแพลตฟอร์มเหล่านี้ [3]
ผลการวิจัยของ TTP ชี้ว่า โฆษณาจำนวนมากมาจากบัญชีปลอม ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานของ Meta ที่ห้ามใช้ “ทรัพย์สินที่ไม่เป็นความจริง” (inauthentic assets) [3] นอกจากนี้ แอปพลิเคชันประเภทnudify (ลบเสื้อผ้าออก) ตัวหนึ่งที่ถูกเชื่อมโยงในโฆษณา ได้รับรีวิวจาก Google Play ที่เตือนผู้ใช้อย่างชัดเจนเกี่ยวกับเนื้อหาที่อธิบายว่าเป็น “สื่อลามกอนาจารเด็กที่ผิดกฎหมาย” GatherOne ถูกระบุว่าเป็นหนึ่งใน 11 พาร์ทเนอร์โฆษณาจากจีนที่จำเป็นสำหรับแคมเปญประเภทนี้ เนื่องจากข้อจำกัดด้านการห้ามใช้งานในภูมิภาค
การระบุตัวตนของเด็กจริง
ต่างจากรุ่นก่อนหน้าของโฆษณาที่สร้างโดย AI ซึ่งใช้ภาพสต็อกหรือภาพทั่วไป โฆษณาชุดใหม่ได้รวมรูปภาพของเด็กจริงๆ เข้าไปด้วย ผู้วิจัยจาก TTP ได้ระบุตัวตนในโลกความเป็นจริงของเด็ก 4 คนที่ถูกนำเสนอในวิดีโอเหล่านี้ ได้แก่ เด็กสามคนจากสหรัฐอเมริกา และหนึ่งคนที่เป็นผู้มีอิทธิพลบนโซเชียลมีเดีย (social media influencer) บนแพลตฟอร์มของ Meta [6]
โฆษณาชิ้นหนึ่งใช้ภาพถ่ายอย่างเป็นทางการของเด็กจากพระราชวงศ์ยุโรปแห่งหนึ่ง แล้วแปลงเป็นวิดีโอที่แสดงภาพการกระทำทางเพศ [4][6] ผู้เสียหายอีกคนหนึ่งถูกระบุว่าเป็นนางแบบภาพสต็อกที่มีอายุอยู่ในช่วงก่อนเข้าวัยรุ่น รายงานจากองค์กรตรวจสอบสิทธิชี้ว่า การใช้ใบหน้าของเด็กจริงในวิดีโอทางเพศที่สร้างโดย AI ยังคงปรากฏอยู่บนแพลตฟอร์มของ Meta ต่อไป แม้ว่าจะมีการลบออกก่อนหน้านี้แล้วก็ตาม
ไทม์ไลน์ของการลบและปรากฏขึ้นอีกครั้ง
Meta ลบโฆษณาประมาณครึ่งหนึ่งจากโฆษณาที่ถูกตรวจพบทั้งหมดภายในวันที่ 1 กันยายน 2026 และดำเนินการลบส่วนที่เหลือหลังจากได้รับแจ้งจาก TTP [1] อย่างไรก็ตาม นักวิจัยได้สังเกตพบการปรากฏขึ้นของเนื้อหาในลักษณะดังกล่าวอีกครั้งอย่างรวดเร็ว หลังจากเหตุการณ์นั้น มีโฆษณาวิดีโอที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนเพิ่มเติมมากกว่า 250 รายการปรากฏบนแพลตฟอร์มของ Meta นับตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม 2026 ซึ่งเกิดขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจาก Meta ลบโฆษณาคล้ายคลึงกันประมาณ 53 รายการ หลังจากรายงานก่อนหน้านี้โดย WIRED [4][6] โฆษณาใหม่บางรายการมีเนื้อหาเหมือนกับโฆษณาที่ถูก Meta ลบออกไปก่อนหน้านี้
Katie Paul ผู้อำนวยการของ TTP เน้นย้ำว่า เนื้อหาดังกล่าวกำลังถูกโปรโมทผ่านโฆษณาแบบชำระเงิน แทนที่จะซ่อนเร้นอยู่ในมุมมืดของอินเทอร์เน็ต โฆษณาเหล่านี้ละเมิดทั้งนโยบายของ Meta ที่ห้ามการแสวงหาประโยชน์ทางเพศต่อเด็กและการแสดงภาพเปลือย รวมถึงกฎหมายสหพันธ์ของสหรัฐอเมริกา [1][4]
การตอบสนองของ Meta และปฏิกิริยาต่อต้านจากสาธารณะ
เพื่อตอบสนองต่อการตรวจสอบดังกล่าว Cindy Southworth หัวหน้าฝ่ายนโยบายความปลอดภัยของผู้หญิงของ Meta อธิบายว่า บริษัทได้บล็อกลิงก์ไปยังเว็บไซต์ที่โฮสต์ภาพอวาจาส่วนตัวโดยไม่ยินยอม และจำกัดคำค้นหา เธอกล่าวว่า Meta ได้ลบโฆษณาละเมิดกฎมากกว่า 340,000 รายการในช่วงปลายปี 2025 เพียงอย่างเดียว [3]
แม้จะมีข้อกล่าวอ้างเหล่านี้ แต่ปฏิกิริยาต่อต้านจากสาธารณชนก็ทวีความรุนแรงขึ้น มีการเปิดตัวแคมเปญใน Change.org เพื่อเรียกร้องให้กระทรวงยุติธรรมของสหรัฐอเมริกา (DOJ) ดำเนินการสอบสวน Meta เนื่องจากโฮสต์โฆษณาที่โปรโมทภาพลึกทางเพศ (sexual deepfakes) ของผู้หญิงวัยเยาว์ [2] สถานการณ์นี้ชี้ว่าความท้าทายอย่างต่อเนื่องในการกำกับดูแลการแสวงหาประโยชน์ที่เกิดจาก AI บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแง่ของประสิทธิภาพของระบบตรวจจับอัตโนมัติและการดูแลผู้ร่วมโฆษณาที่เป็นพันธมิตรระหว่างประเทศ
แหล่งข้อมูล
- Meta ran over 300 ads with suspected AI child abuse, NGO says (www.straitstimes.com) — 2026-09-09
- Instagram and Facebook Ads for AI ‘Nudify’ Apps Tied to Meta Ad Partner in China - CNET (www.cnet.com) — 2026-07-29
- Watchdog: Ads Featuring Real Children’s Faces in Sexual AI Videos Persist on Meta’s Platforms (www.breitbart.com) — 2026-09-08
- Meta Failed to Catch Hundreds of AI Child Abuse Ads. Some Included Images of Real Kids (www.wired.com) — 2026-09-08
- คลิกลงชื่อสนับสนุน (www.change.org) — 2025-06-06