เจฟฟ์ ดีน ลาออกจากกูเกิลเพื่อเปิดตัวสตาร์ทอัพวิจัย AI
เจฟฟ์ ดีน ลาออกจากกูเกิลเพื่อร่วมก่อตั้ง Discovery Loop สตาร์ทอัพด้าน AI ที่มุ่งเน้นการวิจัยทางวิทยาศาสตร์แบบอัตโนมัติ พร้อมเจาะลึกพันธกิจและทีมงานหลักที่อยู่เบื้องหลังโครงการสำคัญนี้
สรุปสั้น: เจฟฟ์ ดีน ลาออกจากกูเกิลหลังรับใช้บริษัท 27 ปี เพื่อร่วมก่อตั้ง Discovery Loop สตาร์ทอัพที่มุ่งใช้ AI เร่งการวิจัยวิทยาศาสตร์แบบอัตโนมัติ การเคลื่อนไหวนี้สะท้อนความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวงการ AI และส่งผลกระทบทำให้หุ้น Alphabet ร่วงลงประมาณ 4% ในตลาดทันที
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- เจฟฟ์ ดีน ลาออกจากกูเกิลหลังรับราชการนาน 27 ปี เพื่อร่วมก่อตั้งสตาร์ทอัพ AI ชื่อ Discovery Loop โดยดำรงตำแหน่ง CEO ขององค์กรรูปแบบบริษัทเพื่อประโยชน์สาธารณะ
- ผู้ร่วมก่อตั้งประกอบด้วยบุคลากรเก่าแก่ของกูเกิลอีก 3 คน ได้แก่ ซานจาย เกมาวัต, ควอก เล และโอริออล วินยาลส์ ซึ่งมาร่วมทีมกับดีนในโครงการใหม่
- Discovery Loop มุ่งเน้นการใช้ AI เพื่ออัตโนมัติกระบวนการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ผ่านอัลกอริทึมประสิทธิภาพสูง ที่สามารถเริ่มและดำเนินการทดลองนับพันครั้งพร้อมกัน
- สตาร์ทอัพมีแผนใช้แนวคิด recursive self-improvement ให้ระบบ AI สร้างสถาปัตยกรรมที่ทรงพลังยิ่งขึ้นโดยอัตโนมัติ โดยไม่ต้องพึ่งพาการแทรกแซงจากมนุษย์อย่างต่อเนื่อง
- Alphabet ลงทุนใน Discovery Loop และให้บริการคลาวด์ ขณะที่รอบเงินทุนนำโดย Radical Ventures และ Khosla Ventures โดยมี Kleiner Perkins, Lightspeed และ Doerr Capital เข้าร่วม
- ซันดาร์ พิชัย ประกาศดีนลาออกด้วยดี ส่วนเดมีส ฮาซาบิส ลาออกจาก CEO Google DeepMind เพื่อรับตำแหน่งประธานคณะกรรมการและนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำที่ Alphabet
- หลังข่าวการเปลี่ยนแปลงผู้นำ หุ้น Alphabet ร่วงลงประมาณ 4% ในตลาดทันที ท่ามกลางการแข่งขันสรรหาบุคลากร AI ระดับท็อปกับคู่แข่งอย่าง OpenAI และ Anthropic
เจฟฟ์ ดีน ซึ่งดำรงตำแหน่งนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำของกูเกิลมานาน 27 ปี กำลังออกจากบริษัทเพื่อร่วมก่อตั้งสตาร์ทอัพปัญญาประดิษฐ์ (AI) แห่งใหม่ชื่อ Discovery Loop โดยจะมีผู้ร่วมก่อตั้งอีกสามคนที่เป็นบุคลากรเก่าแก่ของกูเกิล ได้แก่ ซานจาย เกมาวัต, ควอก เล และโอริออล วินยาลส์ [1][5] ดีนมีกำหนดการดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ขององค์กรใหม่ซึ่งจัดตั้งในรูปแบบบริษัทเพื่อประโยชน์สาธารณะ โดยมีพันธกิจเฉพาะเจาะจงคือการใช้ AI เพื่อทำให้กระบวนการวิจัยทางวิทยาศาสตร์เป็นอัตโนมัติและเร่งความเร็ว [2][3]
Discovery Loop มุ่งมั่นที่จะก้าวข้ามการพัฒนาโมเดลภาษาทั่วไป โดยมุ่งเน้นไปที่ “อัลกอริทึมประสิทธิภาพสูง” ซึ่งมีความสามารถในการเริ่มต้นและดำเนินการทดลองนับพันครั้งไปพร้อมกัน [1] บริษัทมีแผนที่จะทำให้กระบวนการวิจัยบางส่วนเป็นอัตโนมัติ ช่วยให้บรรดานักวิทยาศาสตร์สามารถขยายขอบเขตของการทดลองออกไปไกลเกินกว่าความสามารถในการดำเนินการด้วยมือ [2] ส่วนสำคัญของกลยุทธ์นี้เกี่ยวข้องกับการสำรวจแนวคิดการปรับปรุงตนเองแบบวนซ้ำ (recursive self-improvement) ซึ่งใช้ระบบ AI ในการสร้างสถาปัตยกรรม AI ที่ทรงพลังยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งพาการแทรกแซงหรือการทำซ้ำจากมนุษย์อย่างต่อเนื่อง [3] แนวทางนี้มีเป้าหมายเพื่อเอาชนะจุดคอขวดแบบดั้งเดิมในวงการวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ โดยอาศัยพลังการประมวลผลขนาดมหาศาลเพื่อทำให้วงจรการทดลองทั้งหมดเป็นอัตโนมัติ [1]
การออกจากราชการครั้งนี้ถือเป็นความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่สุดในด้านโครงสร้างการบริหารของฝ่าย AI ของกูเกิลในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้รับการประกาศโดยซันดาร์ พิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของกูเกิล ซึ่งระบุว่าดีนลาออกจากบริษัทด้วยดี และแสดงความยินดีกับเขาสำหรับช่วงเวลาอันน่าทึ่งตลอด 27 ปี [5] ในส่วนของการปรับโครงสร้างครั้งนี้ เดมีส ฮาซาบิส ได้ลาออกจากตำแหน่ง CEO ของ Google DeepMind เพื่อรับตำแหน่งประธานคณะกรรมการและนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำที่บริษัทแม่ Alphabet [6] ในขณะเดียวกัน โคราย คาวิกคูคโอกลู ได้รับการเลื่อนตำแหน่งให้ดูแลงานพัฒนาโมเดล Gemini 4 รุ่นใหม่ของกูเกิล [8]
แม้ว่าบุคลากรหลักจะลาออกไปแล้ว Alphabet ได้ตกลงที่จะลงทุนใน Discovery Loop และจะให้บริการด้านคลาวด์และกำลังการประมวลผลให้กับสตาร์ทอัพ [5][6] โดย Google เองจะทำหน้าที่เป็นผู้ลงทุนก่อตั้งและพันธมิตรด้านคลาวด์ ร่วมมือกับบริษัทใหม่ในกรอบการวิจัยสำหรับระบบแมชชีนเลิร์นนิงและความก้าวหน้าด้านโครงสร้างพื้นฐาน [8] รอบเงินทุนเบื้องต้นนำโดย Radical Ventures และ Khosla Ventures โดยมี Kleiner Perkins, Lightspeed และ Doerr Capital เข้าร่วม [1][2] การลงทุนของ Alphabet เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างการสนับสนุนทางการเงินในวงกว้างนี้ ซึ่งส่งสัญญาณถึงความสนใจอย่างต่อเนื่องจากภาคธุรกิจต่อเทคโนโลยีดังกล่าว แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงผู้นำก็ตาม [3]
การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นสำหรับ talented AI ระดับท็อป Google เผชิญกับการลาออกของบุคลากรระดับสูงในทีม AI จำนวนมาก ขณะที่คู่แข่งอย่าง OpenAI และ Anthropic เร่งสรรหาผู้เชี่ยวชาญอย่างแข็งขัน การลาออกครั้งล่าสุด ได้แก่ Noam Shazeer ที่เข้าร่วมกับ OpenAI และ John Jumper นักรางวัลโนเบล ที่ย้ายไปร่วมงานกับ Anthropic [5][6] แม้ว่าบทบาทของ AI ในการเร่งการค้นพบทางวิทยาศาสตร์จะเป็นเป้าหมายที่ชุมชนเทคโนโลยีมุ่งหวังมานาน แต่ในอดีตสาขานี้ยังคงเป็นพื้นที่ทดลองที่มีการใช้งานเชิงพาณิชย์จำกัด [1] Discovery Loop ถือเป็นก้าวสำคัญในการทำให้แนวทางนี้กลายเป็นจริงเชิงพาณิชย์ โดยมุ่งเน้นไปที่ประสิทธิภาพเฉพาะทางในนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์ [3]
การประกาศดังกล่าวส่งผลให้เกิดปฏิกิริยาในตลาดทันที หลังข่าวการเปลี่ยนแปลงผู้นำและการลาออกของ Dean หุ้น Alphabet ร่วงลงประมาณ 4% [5][8] ความกดดันทางการเงินต่อ Google ก็เริ่มปรากฏชัดเจนขึ้นเช่นกัน โดยบริษัทรายงานว่ากระแสเงินสดติดลบเป็นครั้งแรกในไตรมาสล่าสุด เนื่องจากการใช้จ่ายด้านทุนอย่างหนัก [5] คาดการณ์ว่าค่าใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน (capex) ตลอดทั้งปีจะสูงถึง 205 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีรายนี้ลงทุนอย่างหนักในโครงสร้างพื้นฐาน AI [8]
จุดเด่นของ Discovery Loop ที่มุ่งเน้นการทำให้กระบวนการทดลองเป็นไปโดยอัตโนมัติ ช่วยแยกความแตกต่างในพันธกิจของบริษัทออกจากการพัฒนา AI ทั่วไป โดยบริษัทสตาร์ทอัพนี้ตั้งเป้าสร้างประสิทธิภาพเฉพาะทางในการนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์ โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างหมวดหมู่ใหม่ของเครื่องมือสำหรับองค์กรที่เชื่อมโยงช่องว่างระหว่างการวิจัยเชิงทฤษฎีและการประยุกต์ใช้จริง [2][3] การมีส่วนร่วมของบุคคลที่มีชื่อเสียงระดับนี้บ่งชี้ถึงความพยายามอย่างจริงจังในการแก้ปัญหาที่ซับซ้อนในสาขาชีววิทยา วิทยาศาสตร์วัสดุ และสาขาอื่นๆ ผ่านการค้นพบที่เป็นอัตโนมัติ
การก่อตั้ง Discovery Loop สะท้อนถึงการเปลี่ยนทิศทางเชิงกลยุทธ์ในอุตสาหกรรม AI ในขณะที่บริษัทจำนวนมากมุ่งเน้นไปที่แอปพลิเคชันสำหรับผู้ใช้ทั่วไปหรือเครื่องมือเพิ่มผลผลิตสำหรับองค์กร โครงการใหม่นี้กลับพุ่งเป้าไปที่ชั้นพื้นฐานของความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ [1] ความสามารถในการทำให้ขั้นตอนการตั้งสมมติฐานและการทดสอบเป็นไปโดยอัตโนมัติอาจช่วยลดเวลาที่ต้องใช้ในการค้นพบครั้งสำคัญในสาขาต่างๆ อย่างมีนัยสำคัญ ตั้งแต่การพัฒนายาจนถึงการสร้างแบบจำลองสภาพภูมิอากาศ
สำหรับ Google การจากไปของเจฟฟ์ ดีนและทีมของเขาถือเป็น ударสำคัญต่อความสามารถในการวิจัยภายในของบริษัท อย่างไรก็ตาม การลงทุนอย่างต่อเนื่องจากอัลฟาเบตบ่งชี้ว่าบริษัทแม่ยังคงเห็นคุณค่าในการสนับสนุนนวัตกรรมภายนอก [6] ความสัมพันธ์ระหว่าง Google และ Discovery Loop มีแนวโน้มที่จะพัฒนาไปสู่ความเป็นหุ้นส่วนมากกว่าความสัมพันธ์แบบผู้ให้บริการและลูกค้าทั่วไป เนื่องจากลักษณะของการร่วมมือในข้อตกลงเบื้องต้น [8]
ชุมชน AI กำลังจับตามองอย่างใกล้ชิดเพื่อดูว่า Discovery Loop จะดำเนินการตามเป้าหมายอันทะเยอทะยานของตนอย่างไร หากประสบความสำเร็จ บริษัทนี้อาจ redefine วิธีการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ โดยเปลี่ยนจากกระบวนการที่ช้าและทำด้วยมือ สู่วงจรที่รวดเร็วและเป็นอัตโนมัติ [3] โครงสร้างองค์กรเพื่อประโยชน์สาธารณะ (public benefit corporation) ของสตาร์ทอัพยังบ่งชี้ถึงความมุ่งมั่นในการใช้งานอย่างมีจริยธรรมและการเข้าถึงได้อย่างกว้างขวาง ซึ่งช่วยบรรเทาความกังวลเรื่องความเข้มข้นของอำนาจ AI ที่อยู่ในมือของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่เพียงไม่กี่แห่ง [2]
ในขณะที่ Google ปรับตัวกับชีวิตที่ไม่มีหัวหน้าเจ้าหน้าที่วิทยาศาสตร์คนสำคัญ ผลกระทบในวงกว้างต่อภูมิทัศน์ของ AI ยังคงไม่แน่นอน การจากไปครั้งนี้ตอกย้ำถึงความแข่งขันที่ดุเดือดเพื่อแย่งชิงบุคลากรและแนวคิด ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของยุคปัจจุบันของปัญญาประดิษฐ์ [5] ว่า Discovery Loop จะสามารถส่งมอบคำสัญญาของการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ที่เป็นอัตโนมัติได้หรือไม่ น่าจะเป็นตัวกำหนดไม่เพียงแต่ความสำเร็จของบริษัทเอง แต่ยังส่งผลต่อวิธีการที่บริษัทอื่นๆ เข้าถึงการทำให้กระบวนการวิจัยเป็นอัตโนมัติในช่วงหลายปีข้างหน้า [1][3]
แหล่งข้อมูล
- เจฟฟ์ ดีน และนักวิจัย AI ชั้นนำคนอื่น ๆ ออกจาก Google เพื่อเริ่มสตาร์ทอัพของตัวเอง | TechCrunch (techcrunch.com) — 2026-08-05
- เจฟฟ์ ดีน แห่ง Google — นักวิทยาศาสตร์ชั้นนำตลอด 27 ปี — ออกจากบริษัทในช่วงการปรับโครงสร้างผู้นำ AI เพื่อไปทำสตาร์ทอัพ (nypost.com) — 2026-08-05
- เจฟฟ์ ดีน และนักวิจัย AI ชั้นนำคนอื่น ๆ ออกจาก Google เพื่อเริ่มสตาร์ทอัพของตัวเอง (finance.yahoo.com) — 2026-08-05
- เจฟฟ์ ดีน และนักวิจัย AI ชั้นนำคนอื่น ๆ ออกจาก Google เพื่อเริ่มสตาร์ทอัพของตัวเอง | TechCrunch (techcrunch.com) — 2026-08-05
- การปรับโครงสร้างผู้นำ AI ของ Google: เดมีส ฮาซาบิส ลาออก และเจฟฟ์ ดีนออกจากบริษัทเพื่อไปทำสตาร์ทอัพใหม่ - Moneycontrol.com (www.moneycontrol.com) — 2026-08-05
- การปรับโครงสร้าง AI ของ Google: เจฟฟ์ ดีน นักวิทยาศาสตร์ชั้นนำ ลาออก และเดมีส ฮาซาบิส ลาออกจากตำแหน่ง CEO ของ DeepMind (www.cnbc.com) — 2026-08-05