ข้ามไปยังเนื้อหา
KoishiAI
EN
← กลับไปยังบทความทั้งหมด
gemini-robotics deepmind robotics-ai embodied-ai multi-robot

Google DeepMind Gemini Robotics ER 2: เอไอสำหรับหุ่นยนต์หลายตัว

ค้นพบ Gemini Robotics ER 2 จาก Google DeepMind เอไอตัวนี้ช่วยส่งเสริมการทำงานร่วมกันระหว่างหุ่นยนต์หลายตัวและเข้าใจวิดีโอแบบเรียลไทม์ เพื่อจัดการงานที่ซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

KoishiAI · บรรณาธิการ: เกียรติดำรง ตรีครุธพันธ์ · · 25 นาทีในการอ่าน
บทความนี้ AI เขียนจากแหล่งอ้างอิง ผ่านการตรวจสอบข้อเท็จจริงและกลั่นกรองโดยบรรณาธิการ วิธีทำงาน · มาตรฐาน · แจ้งข้อผิดพลาด
High-tech automated warehouse system featuring a green robotic arm handling blue storage crates.
Photo by Peter Xie on Pexels

Google DeepMind ได้เปิดตัว Gemini Robotics ER 2 โมเดล AI ขั้นสูงที่ออกแบบมาเพื่อทำหน้าที่เป็นสมองหลักในการวางแผนสำหรับหุ่นยนต์ทางกายภาพ เปิดตัวเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2026 การอัปเดตนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญจากการจัดการวัตถุแบบง่ายไปสู่การประสานงานงานที่ซับซ้อนและการร่วมมือกันของหุ่นยนต์หลายตัว [1][2] โดยการผสานรวมการให้เหตุผลระดับสูงกับการทำความเข้าใจวิดีโอแบบเรียลไทม์ ER 2 ช่วยให้หุ่นยนต์สามารถวางแผนล่วงหน้าหลายขั้นตอนขณะดำเนินการทางกายภาพไปพร้อมกัน ซึ่งช่วยขจัดความล่าช้าแบบ ‘หยุดแล้วคิด’ ที่เคยเป็นปัญหาในระบบรุ่นก่อนหน้า [4]

นวัตกรรมหลักของ ER 2 อยู่ที่ความสามารถในการประมวลผลสตรีมข้อมูลภาพและเสียงอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาความตระหนักรู้ในสถานการณ์ (situational awareness) ต่างจากรุ่นก่อนหน้าที่ต้องการอินพุตแบบแยกส่วนสำหรับแต่ละการกระทำ ER 2 ใช้จุดปลายสตรีมสองทิศทางผ่าน Gemini Live API [1][5] สถาปัตยกรรมนี้ทำให้หุ่นยนต์สามารถ ‘คิด’ เกี่ยวกับขั้นตอนถัดไปได้ในขณะที่กำลังทำงานปัจจุบันอยู่ สร้างกระบวนการทำงานที่ลื่นไหลซึ่งการรับรู้และการวางแผนเกิดขึ้นแบบขนานแทนที่จะเป็นแบบเรียงลำดับ [2] โมเดลยังสามารถเรียกใช้เครื่องมือภายนอกได้โดยตรง เช่น Google Search หรือฟังก์ชันที่กำหนดโดยผู้ใช้ เพื่อเสริมกระบวนการตัดสินใจโดยไม่รบกวนการดำเนินงานทางกายภาพ [1][5]

ความก้าวหน้าที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือความสามารถด้านสติปัญญาเชิงเวลา (temporal intelligence) ที่พัฒนาขึ้นของโมเดล ER 2 ทำความแม่นยำร้อยละ 91.3 ในงานค้นหาช่วงเวลา (moment-finding tasks) โดยระบุเฟรมวิดีโอเฉพาะที่เหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น โดยมีค่าความคลาดเคลื่อนเฉลี่ยเพียง 0.96 วินาที [2][4] ความแม่นยำนี้ช่วยให้หุ่นยนต์สามารถติดตามความคืบหน้าได้อย่างต่อเนื่องโดยการแบ่งเฟรมวิดีโอแบบเรียลไทม์ออกเป็น 5 ช่วงความสำเร็จ (0-20%, 20-40%, 40-60%, 60-80% และ 80-100%) ซึ่งบรรลุอัตราความแม่นยำร้อยละ 57.4 ในการจำแนกสถานะงาน [2][4] ความสามารถนี้เปิดใช้งานการแก้ไขด้วยตนเอง หากขั้นตอนใดล้มเหลว หุ่นยนต์สามารถลองใหม่ได้โดยไม่ต้องเริ่มกระบวนการทำงานทั้งหมดใหม่ โดยปรับเข้ากับสถานการณ์ใหม่ๆ ได้ทันที [4]

ระบบยังนำเสนอความสามารถในการร่วมมือกันของหุ่นยนต์หลายตัวที่แข็งแกร่ง ER 2 ช่วยให้หุ่นยนต์หลากหลายประเภท เช่น หุ่นยนต์ล้อและหุ่นยนต์มนุษย์ สามารถสื่อสารผ่านความเข้าใจเชิงความหมายร่วมกัน [5][6] ซึ่งทำให้พวกเขาสามารถแบ่งปันงานที่ซับซ้อนแบบไดนามิก โดยแต่ละหน่วยจะรับผิดชอบงานย่อยเฉพาะด้านในขณะที่มีส่วนช่วยบรรลุเป้าหมายที่ใหญ่ขึ้น [7] โมเดลนี้ทำงานด้วยความเร็วในการประมวลผลสูงกว่าโมเดลคู่แข่งขนาดใหญ่ถึง 4 เท่าเมื่อทดสอบในมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งมั่นใจว่าการวางแผนในระดับสูงจะไม่เป็นจุดคอขวดต่อประสิทธิภาพทางกายภาพ [4]

ความปลอดภัยถูกผสานโดยตรงเข้ากับกระบวนการให้เหตุผล ER 2 มีโปรโตคอลที่จะหยุดการทำงานของหุ่นยนต์มนุษย์เมื่อมีมนุษย์อยู่ใกล้เคียง และจะดำเนินการต่อเฉพาะหลังจากที่พื้นที่นั้นปลอดภัยแล้ว [2] คุณสมบัตินี้ทำผลงานได้ดีกว่ารุ่นก่อนหน้าอย่าง ER 1.6 อย่างมีนัยสำคัญในมาตรฐานการทดสอบคำสั่งด้านความปลอดภัย ซึ่งช่วยแก้ไขหนึ่งในความกังวลหลักในการนำ AI ไปใช้งานในสภาพแวดล้อมที่มีมนุษย์อยู่ร่วมกัน [2]

ER 2 เป็นส่วนหนึ่งของชุดเครื่องมือ ‘Gemini Robotics 2’ ที่กว้างขึ้น ซึ่งรวมถึงโมเดล Vision-Language-Action (VLA) สำหรับการควบคุมร่างกายทั้งหมด และโมเดล On-Device 2 สำหรับการปรับใช้เฉพาะที่ [6][7] ในขณะที่ ER 2 มุ่งเน้นไปที่การวางแผนและการประสานงานในระดับสูง มันจะทำงานร่วมกับโมเดลอื่นๆ เหล่านี้เพื่อยกระดับ AI ทางกายภาพให้ก้าวข้ามจากการทำงานบนโต๊ะไปสู่สภาพแวดล้อมจริงที่ซับซ้อน เช่น โลจิสติกส์และการผลิต [8]

นักพัฒนาสามารถเข้าถึง Gemini Robotics ER 2 ผ่าน Gemini API, Google AI Studio และผ่านการทดสอบแบบปิด (private preview) บน Gemini Enterprise Agent Platform [1][4][8] การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญในวงการ AI ทางกายภาพ (embodied AI) ซึ่งเปลี่ยนสถานะของหุ่นยนต์จากเอเจนต์ที่ทำงานแยกส่วน ไปเป็นส่วนประกอบที่ประสานงานกันในระบบอัจฉริยะขนาดใหญ่

แหล่งข้อมูล

  1. Introducing Gemini Robotics ER 2 (deepmind.google) — 2026-07-30
  2. Google DeepMind Launches Gemini Robotics ER 2 With Multi-Robot Collaboration (www.iclarified.com) — 2026-07-30
  3. Google DeepMind ships Gemini Robotics ER 2 as a video-native brain for robots (www.aichatdaily.com) — 2026-07-30
  4. Gemini Robotics ER 2 (deepmind.google) — 2000-01-01
  5. Google DeepMind (@GoogleDeepMind) on X (x.com) — 2026-07-30
  6. Gemini Robotics 2 brings whole body intelligence to robots (deepmind.google) — 2026-07-30
  7. Introducing Gemini Robotics ER 2 (blog.google) — 2026-07-30

คำถามที่พบบ่อย

Google DeepMind Gemini Robotics ER 2 คืออะไร
Gemini Robotics ER 2 เป็นโมเดล AI ที่ออกแบบมาเพื่อทำหน้าที่เป็นสมองหลักในการวางแผนสำหรับหุ่นยนต์ทางกายภาพ โดยเน้นการทำงานร่วมกันของหุ่นยนต์หลายตัวและการเข้าใจวิดีโอแบบเรียลไทม์
Gemini Robotics ER 2 แก้ปัญหาความล่าช้าในการตัดสินใจของหุ่นยนต์อย่างไร
ER 2 ใช้สถาปัตยกรรมสตรีมสองทิศทางผ่าน Gemini Live API เพื่อประมวลผลภาพและเสียงอย่างต่อเนื่อง ทำให้หุ่นยนต์สามารถวางแผนขั้นตอนถัดไปขณะทำงานปัจจุบันอยู่ได้ โดยไม่มีความล่าช้าแบบ 'หยุดแล้วคิด'
Gemini Robotics ER 2 มีความสามารถด้านสติปัญญาเชิงเวลา (temporal intelligence) ดีแค่ไหน
โมเดลนี้มีความแม่นยำร้อยละ 91.3 ในการระบุช่วงเวลาสำคัญในวิดีโอ และมีค่าคลาดเคลื่อนเฉลี่ยเพียง 0.96 วินาที ซึ่งช่วยให้หุ่นยนต์ติดตามความคืบหน้าและปรับแผนได้ทันทีหากขั้นตอนใดล้มเหลว
หุ่นยนต์หลายตัวสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างไรด้วย Gemini Robotics ER 2
ER 2 ช่วยให้หุ่นยนต์ต่างประเภทสื่อสารผ่านความเข้าใจเชิงความหมายร่วมกัน เพื่อแบ่งปันงานที่ซับซ้อนแบบไดนามิก โดยแต่ละหน่วยรับผิดชอบงานย่อยเฉพาะด้านเพื่อบรรลุเป้าหมายใหญ่
Gemini Robotics ER 2 มีมาตรการความปลอดภัยสำหรับการทำงานร่วมกับมนุษย์อย่างไร
ระบบมีโปรโตคอลความปลอดภัยที่สั่งให้หุ่นยนต์หยุดการทำงานทันทีเมื่อตรวจพบมนุษย์อยู่ใกล้เคียง และจะดำเนินการต่อเฉพาะหลังจากยืนยันว่าพื้นที่นั้นปลอดภัยแล้ว