Skip to content
KoishiAI
ไทย
← Back to contents
Chapter 1 / 6 · April 24, 2026

การใช้งานพื้นฐาน

เริ่มต้น Claude Code — ติดตั้ง ตั้งค่า และใช้งานครั้งแรก

This guide is All Rights Reserved — free to read, copying/republication requires permission.

บทที่ 1 | การใช้งานพื้นฐาน กลุ่มเป้าหมาย: มือใหม่ที่ยังไม่เคยใช้ Claude Code — ครอบคลุมทุกระดับ

วิธีการติดตั้ง Claude Code

Claude Code รองรับการติดตั้งหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับระบบปฏิบัติการและ Workflow ที่ใช้อยู่ ก่อนติดตั้งทุกรูปแบบต้องมี Node.js เวอร์ชัน 18 ขึ้นไป และ API Key จาก Anthropic

ข้อกำหนดเบื้องต้น (Prerequisites)

Node.js v18+ดาวน์โหลดที่ nodejs.org หรือติดตั้งผ่าน nvm (แนะนำ)
npm v8+ติดตามาพร้อม Node.js อัตโนมัติ ตรวจสอบด้วย npm —version
API Keyสมัครและรับ Key ที่ console.anthropic.com → API Keys
ระบบปฏิบัติการรองรับ macOS, Linux, Windows (ผ่าน WSL2 หรือ PowerShell)

รูปแบบที่ 1 — ติดตั้งผ่าน npm (แนะนำสำหรับทุกระบบ)

วิธีนี้เป็นมาตรฐานและง่ายที่สุด ทำงานได้บน macOS, Linux และ Windows เหมือนกัน

ขั้นตอน: macOS และ Linux

1เปิด Terminal แล้วรันคำสั่งติดตั้ง
ติดตั้ง Claude Code แบบ Global ทำให้เรียกใช้ claude ได้จากทุกที่
# ติดตั้ง Claude Code
npm install -g @anthropic-ai/claude-code
 
# ตรวจสอบว่าติดตั้งสำเร็จ
claude --version
2ตั้งค่า API Key
Claude Code จะขอ Key ครั้งแรกที่รัน หรือตั้งล่วงหน้าได้
# วิธีที่ 1: ตั้งผ่าน Environment Variable (แนะนำ)
export ANTHROPIC_API_KEY="sk-ant-api03-xxxxxxxxxxxx"
 
# เพิ่มใน ~/.zshrc หรือ ~/.bashrc เพื่อให้จำถาวร
echo 'export ANTHROPIC_API_KEY="sk-ant-api03-xxxx"' >> ~/.zshrc
source ~/.zshrc
 
# วิธีที่ 2: รัน claude แล้วกรอก Key ตามที่ระบบถาม
claude
3เริ่มใช้งาน
เปิด Terminal ไปที่โฟลเดอร์โปรเจค แล้วรัน claude
cd /path/to/your/project
claude

ขั้นตอน: Windows (PowerShell)

Windows รองรับ Claude Code ผ่าน PowerShell โดยตรง หรือผ่าน WSL2 ก็ได้

# เปิด PowerShell แบบ Administrator แล้วรัน
npm install -g @anthropic-ai/claude-code
 
# ตั้งค่า API Key ใน PowerShell
$env:ANTHROPIC_API_KEY = "sk-ant-api03-xxxxxxxxxxxx"
 
# ตั้งค่าถาวร (เพิ่มใน PowerShell Profile)
Add-Content $PROFILE '$env:ANTHROPIC_API_KEY = "sk-ant-api03-xxxx"'

💡 แนะนำ: ใช้ nvm จัดการ Node.js
nvm (Node Version Manager) ช่วยให้สลับเวอร์ชัน Node.js ได้ง่าย ติดตั้งด้วย curl -o- https://raw.githubusercontent.com/nvm-sh/nvm/v0.39.0/install.sh | bash จากนั้น nvm install 20 && nvm use 20

รูปแบบที่ 2 — ติดตั้งผ่าน WSL2 บน Windows

WSL2 (Windows Subsystem for Linux) ให้ประสบการณ์ใกล้เคียงกับ Linux บน Windows มากที่สุด แนะนำสำหรับ Developer ที่ทำงานกับ Linux stack
# 1. เปิด PowerShell แบบ Administrator ติดตั้ง WSL2
wsl --install
 
# 2. รีสตาร์ทเครื่อง แล้วเปิด Ubuntu จาก Start Menu
 
# 3. อัปเดต packages และติดตั้ง Node.js ใน WSL2
sudo apt update && sudo apt upgrade -y
curl -fsSL https://deb.nodesource.com/setup_20.x | sudo -E bash -
sudo apt install -y nodejs
 
# 4. ติดตั้ง Claude Code
npm install -g @anthropic-ai/claude-code

💡 เข้าถึงไฟล์ Windows จาก WSL2
ไฟล์ Windows อยู่ที่ /mnt/c/Users/ชื่อ/ เช่น cd “/mnt/c/Users/John/Projects/myapp” แล้วค่อยรัน claude ได้เลย

รูปแบบที่ 3 — ติดตั้งบน Docker Container

เหมาะสำหรับทีมที่ต้องการ Environment มาตรฐานเดียวกัน หรือใช้ใน CI/CD Pipeline

# Dockerfile ตัวอย่าง
FROM node:20-alpine
RUN npm install -g @anthropic-ai/claude-code
WORKDIR /workspace
 
# Build และรัน
docker build -t claude-code .
docker run -it -e ANTHROPIC_API_KEY="sk-ant-..." \
  -v $(pwd):/workspace claude-code claude

ตัวอย่างการติดตั้งบน VS Code

VS Code เป็น Code Editor ที่ได้รับความนิยมสูงสุด Claude Code ทำงานร่วมกับ VS Code ได้ดีมาก ผ่านทั้ง Terminal ในตัวและ Extension เสริม

วิธีที่ 1 — ใช้ผ่าน Integrated Terminal (ง่ายที่สุด)

ไม่ต้องติดตั้ง Extension ใดๆ เพิ่ม ใช้ Terminal ที่มีอยู่ใน VS Code ได้เลย

1เปิด Terminal ใน VS Code
กด Ctrl+` (backtick) หรือไปที่เมนู View → Terminal
2นำทางไปยังโฟลเดอร์โปรเจค
ถ้าเปิดโฟลเดอร์ผ่าน VS Code แล้ว Terminal จะอยู่ที่นั่นอัตโนมัติ
# ตรวจสอบว่าอยู่ถูกโฟลเดอร์
pwd
 
# เริ่ม Claude Code
claude
3เริ่มทำงานร่วมกัน
สั่งงาน Claude ใน Terminal ด้านล่าง ขณะที่แก้ไขโค้ดในหน้าต่างด้านบน

💡 เทคนิค Split Terminal
กด Ctrl+Shift+5 เพื่อแยก Terminal เป็น 2 ช่อง ช่องซ้ายรัน Claude Code ช่องขวารันโปรแกรมหรือดู Log

วิธีที่ 2 — ติดตั้ง Extension เสริม

มี Extension ที่ช่วยให้ใช้ Claude Code ได้ลื่นไหลขึ้น สามารถค้นหาใน VS Code Marketplace:

Extensionผู้พัฒนาฟีเจอร์เด่น
Claude Code (Official)Anthropicเชื่อมต่อ Claude Code โดยตรง มี UI ใน Sidebar
ContinueContinue.devรองรับหลาย LLM รวมถึง Claude ผ่าน API
CursorCursorIDE แยกต่างหากที่ built-in กับ Claude

ขั้นตอนติดตั้ง Extension

กด Ctrl+Shift+X เพื่อเปิด Extensions Panel

พิมพ์ “Claude” ในช่องค้นหา

เลือก Extension ที่ต้องการแล้วกด Install

กด Reload Window เพื่อให้ Extension มีผล

เปิด Extension แล้วกรอก API Key ในการตั้งค่า

💡 ใช้ claude —add-dir
รัน claude —add-dir /path/to/project เพื่อให้ Claude รู้จักโฟลเดอร์ที่อยู่นอก working directory ปัจจุบัน

การเลือกโมเดล (Model Selection)

Claude Code รองรับหลาย Model ให้เลือกตามความเหมาะสมของงาน การเลือก Model ที่ถูกต้องช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

Model ที่รองรับและคุณสมบัติ

ModelContext Windowเหมาะสำหรับราคา (Input/Output per MTok)
claude-opus-4200K tokensงานซับซ้อน, Architecture, วิเคราะห์ลึก$15 / $75
claude-sonnet-4200K tokensงานทั่วไป, เขียนโค้ด, แก้บัก (แนะนำ)$3 / $15
claude-haiku-4-5200K tokensงานง่าย, สรุปไฟล์, งานซ้ำๆ ปริมาณมาก$0.25 / $1.25

วิธีเลือก Model

วิธีที่ 1: ระบุใน Command Line

# ใช้ Sonnet (default แนะนำ)
claude
 
# ระบุ Model โดยตรง
claude --model claude-opus-4
claude --model claude-sonnet-4
claude --model claude-haiku-4-5

วิธีที่ 2: ตั้งค่าใน Environment Variable

# ตั้งค่า Default Model
export ANTHROPIC_MODEL="claude-sonnet-4"
 
# เพิ่มใน .zshrc หรือ .bashrc ให้จำถาวร
echo 'export ANTHROPIC_MODEL="claude-sonnet-4"' >> ~/.zshrc

วิธีที่ 3: เปลี่ยน Model ระหว่าง Session

ขณะใช้งาน Claude Code อยู่ สามารถพิมพ์ /model เพื่อดูและเปลี่ยน Model ได้ทันที

💡 แนวทางเลือก Model
เริ่มต้นด้วย Sonnet เสมอ สลับมา Opus เฉพาะเมื่อ Sonnet ตอบไม่ได้ หรืองานซับซ้อนมาก ใช้ Haiku สำหรับ Batch Processing หรืองาน CI/CD ⚠️ ข้อควรระวัง Model Looping
ถ้า Claude วนซ้ำหรือติดอยู่กับปัญหาเดิม ให้ลองสลับไปใช้ Opus ชั่วคราว Opus มีความสามารถ Reasoning ที่ลึกกว่าและมักแก้ปัญหาที่ Sonnet ติดได้

การตั้งค่า Configure Editor

Claude Code สามารถเชื่อมต่อกับ Code Editor ที่ใช้อยู่ เพื่อเปิดไฟล์และแสดง Diff (ความแตกต่างของโค้ด) ได้อัตโนมัติ

ตั้งค่า Editor เริ่มต้น

# ดู Editor ปัจจุบัน
claude config get editor
 
# ตั้งค่าเป็น VS Code
claude config set editor "code"
 
# ตั้งค่าเป็น Cursor
claude config set editor "cursor"
 
# ตั้งค่าเป็น Vim
claude config set editor "vim"
 
# ตั้งค่าเป็น Neovim
claude config set editor "nvim"

ตั้งค่าผ่าน settings.json

ไฟล์ตั้งค่าหลักอยู่ที่ ~/.claude/settings.json สามารถแก้ไขโดยตรงได้

{
  "editor": "code",
  "model": "claude-sonnet-4",
  "autoApproveEdits": false,
  "theme": "dark",
  "notifications": true
}
editorโปรแกรมแก้ไขที่จะเปิดไฟล์ เช่น code, cursor, vim, nano
modelModel เริ่มต้นที่ใช้ เช่น claude-sonnet-4
autoApproveEditstrue = อนุมัติการแก้ไขอัตโนมัติ (ระวัง!), false = ถามทุกครั้ง
themeสีธีมของ UI: dark หรือ light
notificationsแสดงการแจ้งเตือนเมื่องานเสร็จ

การตั้งค่า Diff View

เมื่อ Claude แก้ไขไฟล์ จะแสดง Diff ให้เห็นความเปลี่ยนแปลงก่อนอนุมัติ สามารถตั้งค่าให้เปิด Diff ใน Editor ได้

# ตั้งค่าให้เปิด Diff ใน VS Code
claude config set diffTool "code --diff"
 
# หรือใช้ vimdiff
claude config set diffTool "vimdiff"

การส่งไฟล์ให้ Claude Code

Claude Code สามารถอ่านและวิเคราะห์ไฟล์ได้หลายวิธี ตั้งแต่การระบุ path โดยตรง ไปจนถึงการส่งหลายไฟล์พร้อมกัน

วิธีที่ 1 — อ้างอิงไฟล์ด้วย @ ใน Prompt

วิธีที่ง่ายและตรงไปตรงมาที่สุด พิมพ์ @ แล้วตามด้วย path ของไฟล์

# อ่านไฟล์เดียว
> อธิบายโค้ดใน @src/utils/auth.js ให้หน่อย
 
# อ่านหลายไฟล์พร้อมกัน
> เปรียบเทียบ @old_api.py กับ @new_api.py ว่าต่างกันอย่างไร
 
# อ่านพร้อมสั่งงาน
> แก้ bug ใน @src/components/Login.tsx ที่ validation ไม่ทำงาน

วิธีที่ 2 — ใช้ Flag —file ใน One-shot Mode

# ส่งไฟล์เดียว
claude -p "สรุปไฟล์นี้ให้หน่อย" --file report.pdf
 
# ส่งหลายไฟล์
claude -p "รีวิวโค้ดทั้งสองไฟล์" --file api.py --file test_api.py

วิธีที่ 3 — Pipe เนื้อหาเข้า Claude โดยตรง

# ส่งเนื้อหาไฟล์ผ่าน pipe
cat error.log | claude -p "วิเคราะห์ error เหล่านี้"
 
# ส่ง output ของคำสั่งอื่น
git diff HEAD~1 | claude -p "เขียน commit message ให้หน่อย"
 
# ส่ง output จาก command
npm test 2>&1 | claude -p "แก้ไข test ที่ fail"

ประเภทไฟล์ที่รองรับ

ประเภทนามสกุลหมายเหตุ
โค้ด.py .js .ts .go .java .cpp .rs .rbรองรับทุกภาษาโปรแกรม
เอกสาร.md .txt .rst .csvอ่านและวิเคราะห์ได้
Config.json .yaml .toml .envตรวจสอบและแก้ไขได้
Log.log .outวิเคราะห์ error ได้
รูปภาพ.png .jpg .gif .webpClaude 3+ อ่านได้ (Vision)

💡 ส่งทั้งโฟลเดอร์
พิมพ์ @src/ เพื่อให้ Claude อ่านทุกไฟล์ในโฟลเดอร์ แต่ระวังถ้าโฟลเดอร์ใหญ่มาก อาจทำให้ Context เต็มได้ ควรระบุเฉพาะไฟล์ที่เกี่ยวข้อง

การสั่ง Claude Code ค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ต

Claude Code สามารถค้นหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตได้ผ่าน MCP Browser Tool และ Web Search ทำให้ได้ข้อมูลที่ทันสมัยเสมอ

วิธีที่ 1 — ใช้ Web Search ผ่าน MCP

ต้องติดตั้ง MCP Browser Server ก่อน จากนั้น Claude จะค้นหาได้เองอัตโนมัติเมื่อสั่ง

ติดตั้ง MCP Browser Server

# ติดตั้ง Playwright MCP (รองรับ Web Browse + Search)
npm install -g @playwright/mcp
 
# เพิ่มใน ~/.claude/settings.json
{
  "mcpServers": {
    "browser": {
      "command": "npx",
      "args": ["@playwright/mcp"]
    }
  }
}

ตัวอย่างการใช้งาน

# หลังติดตั้ง MCP Browser แล้ว สั่งได้เลย
> ค้นหาว่า Next.js 15 มีฟีเจอร์อะไรใหม่บ้าง
 
> เปิดเว็บ https://docs.anthropic.com แล้วสรุป API ล่าสุดให้หน่อย
 
> หาวิธีแก้ error "Cannot read properties of undefined" ใน React 18

วิธีที่ 2 — ใช้ Brave Search MCP

Brave Search API ให้ผลการค้นหาที่ดีและ Privacy-friendly กว่า ต้องมี Brave Search API Key

# เพิ่มใน ~/.claude/settings.json
{
  "mcpServers": {
    "brave-search": {
      "command": "npx",
      "args": ["-y", "@modelcontextprotocol/server-brave-search"],
      "env": {
        "BRAVE_API_KEY": "BSA-xxxxxxxxxxxxxxxxxx"
      }
    }
  }
}
 
# สมัคร Brave API Key ที่ brave.com/search/api/

วิธีที่ 3 — ใช้ Fetch URL โดยตรง

ถ้าต้องการให้ Claude อ่านหน้าเว็บเฉพาะ ไม่ต้องติดตั้ง MCP เพิ่ม สามารถสั่งได้เลย

# สั่งให้ Claude fetch URL โดยตรง
> อ่านและสรุปเนื้อหาจาก https://react.dev/blog/2024/04/25/react-19
 
> เปรียบเทียบ documentation ของ
  https://docs.python.org/3/library/asyncio.html
  กับ https://anyio.readthedocs.io/

💡 เช็คว่า MCP ทำงานอยู่ไหม
รัน /mcp ใน Claude Code เพื่อดู MCP Server ที่เชื่อมต่ออยู่ ถ้า browser ขึ้นสีเขียว แปลว่าพร้อมค้นหา

การสั่งให้ Claude Code ค้นหาไฟล์ในเครื่อง

Claude Code มีความสามารถค้นหาและวิเคราะห์ไฟล์ในเครื่องได้โดยตรง ผ่านทั้ง built-in tools และ MCP Filesystem Server

การค้นหาด้วย Built-in File Tools

Claude Code มี tools สำหรับค้นหาไฟล์ติดมาแต่ต้น ไม่ต้องติดตั้งเพิ่ม

# ค้นหาไฟล์ที่มีชื่อเฉพาะ
> หาไฟล์ทั้งหมดที่ชื่อ config.json ในโปรเจคนี้
 
# ค้นหาโค้ดที่มีคำเฉพาะ
> หา function ที่ใช้ชื่อ "getUserById" ในโปรเจคนี้
 
# ค้นหาตาม pattern
> หาไฟล์ทั้งหมดที่ import จาก "@/components/ui"
 
# วิเคราะห์โครงสร้าง
> แสดงโครงสร้างโฟลเดอร์ของโปรเจคนี้ทั้งหมด

ติดตั้ง MCP Filesystem Server (ค้นหาได้ทั้งเครื่อง)

ถ้าต้องการค้นหาไฟล์นอกโฟลเดอร์ที่เปิดอยู่ หรือค้นหาหลายโฟลเดอร์พร้อมกัน ให้ติดตั้ง MCP Filesystem

# เพิ่มใน ~/.claude/settings.json
{
  "mcpServers": {
    "filesystem": {
      "command": "npx",
      "args": [
        "-y",
        "@modelcontextprotocol/server-filesystem",
        "/Users/john/Projects",
        "/Users/john/Documents"
      ]
    }
  }
}
 
# ระบุโฟลเดอร์ที่ต้องการให้ Claude เข้าถึงได้

ตัวอย่างการใช้งาน MCP Filesystem

# ค้นหาข้ามโปรเจค
> หาไฟล์ .env ทั้งหมดในโฟลเดอร์ Projects
 
# เปรียบเทียบโปรเจค
> เปรียบเทียบ package.json ของ ProjectA กับ ProjectB
 
# ค้นหา pattern ทั่วทั้งเครื่อง
> หา function ชื่อ "sendEmail" ในทุก .ts ไฟล์ภายใต้ /Projects

การใช้ ripgrep (rg) ร่วมกับ Claude

ripgrep เป็นเครื่องมือค้นหาข้อความที่เร็วมาก สามารถใช้ร่วมกับ Claude ผ่าน Bash Tool

# ติดตั้ง ripgrep
# macOS: brew install ripgrep
# Ubuntu: sudo apt install ripgrep
 
# สั่งให้ Claude ใช้ rg ค้นหา
> ใช้ rg หา "TODO" ทั้งหมดในโปรเจคนี้แล้วสรุปให้
 
> ค้นหา function ที่มี async ทั้งหมดใน src/ และรีวิวว่ามี error handling ครบไหม

💡 ค้นหาแบบเฉพาะเจาะจง
บอก Claude ว่าต้องการค้นหาอะไร เช่น “หา TODO ทั้งหมดที่ยังไม่ได้แก้” หรือ “หา console.log ที่ลืมลบ” Claude จะเลือก tool ที่เหมาะสมให้เอง

การสั่งงาน Claude Code ด้วยเสียง

Claude Code รองรับการรับคำสั่งด้วยเสียงผ่านการแปลงเสียงเป็นข้อความ (Speech-to-Text) ทำให้ทำงานได้สะดวกขึ้น โดยเฉพาะเมื่อต้องพิมพ์คำอธิบายยาวๆ

วิธีที่ 1 — ใช้ระบบ Voice ของ OS

macOS: Dictation

1เปิด Dictation
ไปที่ System Settings → Keyboard → Dictation แล้วเปิด Enable Dictation
2กำหนด Shortcut
ตั้งค่า Shortcut เช่น กด fn สองครั้ง หรือ fn ค้างไว้
3ใช้งาน
คลิกที่ช่อง Input ของ Claude Code แล้วกด Shortcut พูดคำสั่ง กด Enter เมื่อเสร็จ
# ตัวอย่างคำสั่งที่พูดแล้วส่งให้ Claude
> "สร้าง function สำหรับ validate email address
   ให้รองรับ Thai domain ด้วย และเขียน unit test มาด้วย"

Windows: Windows Speech Recognition

# เปิด Windows Speech Recognition
1. กด Win + H เพื่อเปิด Voice Typing
2. หรือค้นหา "Speech Recognition" ใน Settings
3. คลิกที่หน้าต่าง Claude Code แล้วกด Win + H พูดคำสั่ง

วิธีที่ 2 — ใช้ WhisperKit หรือ Whisper (แนะนำ)

OpenAI Whisper เป็น Speech-to-Text Model ที่แม่นยำมาก รองรับภาษาไทยได้ดี สามารถ Pipe Output ให้ Claude ได้โดยตรง

# ติดตั้ง Whisper
pip install openai-whisper
 
# ติดตั้ง ffmpeg (จำเป็น)
# macOS: brew install ffmpeg
# Ubuntu: sudo apt install ffmpeg
 
# บันทึกเสียงแล้วแปลงเป็น Prompt
# 1. บันทึกเสียง (5 วินาที)
rec -r 16000 -c 1 command.wav trim 0 5
 
# 2. แปลงเสียงเป็นข้อความ แล้วส่งให้ Claude
whisper command.wav --language Thai --model medium | \
  grep -oP "(?<=text: ).*" | claude -p -

วิธีที่ 3 — ใช้ Voice Input App

มี App ที่ออกแบบมาสำหรับ Voice-to-Claude โดยเฉพาะ ใช้งานง่ายกว่าโดยไม่ต้องเขียน Script

App / เครื่องมือระบบวิธีใช้
SuperWhispermacOSกด Shortcut พูด แล้ว paste ผล
Whisper DictationmacOS/WindowsApp บน Menu Bar กด Hotkey พูดได้เลย
Voice ControlmacOSระบบ Built-in ของ macOS รองรับ Thai
Talon VoiceทุกระบบAdvanced Voice Control สำหรับ Developer

ตัวอย่าง Workflow Voice + Claude Code

กด Hotkey เปิด Microphone

พูด: “สร้าง API endpoint สำหรับ login ใช้ JWT token และเขียน test ด้วย”

ระบบแปลงเสียงเป็นข้อความอัตโนมัติ

ข้อความถูกส่งไปที่ช่อง input ของ Claude Code

กด Enter เพื่อส่งคำสั่ง

💡 เทคนิคพูดให้ได้ผลดี
พูดช้าๆ ชัดๆ ออกเสียงคำทับศัพท์เทคนิคเป็นภาษาอังกฤษ เช่น “ฟังก์ชัน” → “function” และบอก Context ก่อนเสมอ เช่น “ใน Next.js TypeScript project สร้าง…”

คำศัพท์ประจำบท

Node.jsRuntime สำหรับรัน JavaScript บนเครื่อง นอกเว็บเบราว์เซอร์
npmNode Package Manager ตัวจัดการแพ็กเกจสำหรับ JavaScript
nvmNode Version Manager เครื่องมือจัดการหลายเวอร์ชัน Node.js
API Keyรหัสลับสำหรับเข้าถึงบริการ AI ต้องเก็บเป็นความลับ ห้ามใส่ในโค้ด
WSL2Windows Subsystem for Linux 2 รัน Linux บน Windows ได้
MCPModel Context Protocol มาตรฐานเชื่อมต่อ AI กับเครื่องมือภายนอก
Diffความแตกต่างระหว่างสองเวอร์ชันของไฟล์ แสดงสิ่งที่เพิ่ม/ลบ/เปลี่ยน
Context Windowขนาดสูงสุดของข้อมูลที่ AI รับได้ในครั้งเดียว (200K tokens)
Speech-to-Textเทคโนโลยีแปลงเสียงพูดเป็นข้อความ
WhisperModel Speech-to-Text จาก OpenAI รองรับหลายภาษารวมถึงไทย
ripgrep (rg)เครื่องมือค้นหาข้อความความเร็วสูง เร็วกว่า grep มาก
Environment Variableตัวแปรระบบเก็บค่า config โปรแกรมอ่านได้ตอน Startup ปลอดภัยกว่าใส่ในโค้ด
One-shot Modeการรัน Claude Code แบบครั้งเดียวจบด้วย claude -p ไม่เปิด Interactive Session