การใช้งานพื้นฐาน
เริ่มต้น Claude Code — ติดตั้ง ตั้งค่า และใช้งานครั้งแรก
บทที่ 1 | การใช้งานพื้นฐาน กลุ่มเป้าหมาย: มือใหม่ที่ยังไม่เคยใช้ Claude Code — ครอบคลุมทุกระดับ
วิธีการติดตั้ง Claude Code
Claude Code รองรับการติดตั้งหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับระบบปฏิบัติการและ Workflow ที่ใช้อยู่ ก่อนติดตั้งทุกรูปแบบต้องมี Node.js เวอร์ชัน 18 ขึ้นไป และ API Key จาก Anthropic
ข้อกำหนดเบื้องต้น (Prerequisites)
| Node.js v18+ | ดาวน์โหลดที่ nodejs.org หรือติดตั้งผ่าน nvm (แนะนำ) |
|---|---|
| npm v8+ | ติดตามาพร้อม Node.js อัตโนมัติ ตรวจสอบด้วย npm —version |
| API Key | สมัครและรับ Key ที่ console.anthropic.com → API Keys |
| ระบบปฏิบัติการ | รองรับ macOS, Linux, Windows (ผ่าน WSL2 หรือ PowerShell) |
รูปแบบที่ 1 — ติดตั้งผ่าน npm (แนะนำสำหรับทุกระบบ)
วิธีนี้เป็นมาตรฐานและง่ายที่สุด ทำงานได้บน macOS, Linux และ Windows เหมือนกัน
ขั้นตอน: macOS และ Linux
| 1 | เปิด Terminal แล้วรันคำสั่งติดตั้ง ติดตั้ง Claude Code แบบ Global ทำให้เรียกใช้ claude ได้จากทุกที่ |
|---|
# ติดตั้ง Claude Code
npm install -g @anthropic-ai/claude-code
# ตรวจสอบว่าติดตั้งสำเร็จ
claude --version
| 2 | ตั้งค่า API Key Claude Code จะขอ Key ครั้งแรกที่รัน หรือตั้งล่วงหน้าได้ |
|---|
# วิธีที่ 1: ตั้งผ่าน Environment Variable (แนะนำ)
export ANTHROPIC_API_KEY="sk-ant-api03-xxxxxxxxxxxx"
# เพิ่มใน ~/.zshrc หรือ ~/.bashrc เพื่อให้จำถาวร
echo 'export ANTHROPIC_API_KEY="sk-ant-api03-xxxx"' >> ~/.zshrc
source ~/.zshrc
# วิธีที่ 2: รัน claude แล้วกรอก Key ตามที่ระบบถาม
claude
| 3 | เริ่มใช้งาน เปิด Terminal ไปที่โฟลเดอร์โปรเจค แล้วรัน claude |
|---|
cd /path/to/your/project
claude
ขั้นตอน: Windows (PowerShell)
Windows รองรับ Claude Code ผ่าน PowerShell โดยตรง หรือผ่าน WSL2 ก็ได้
# เปิด PowerShell แบบ Administrator แล้วรัน
npm install -g @anthropic-ai/claude-code
# ตั้งค่า API Key ใน PowerShell
$env:ANTHROPIC_API_KEY = "sk-ant-api03-xxxxxxxxxxxx"
# ตั้งค่าถาวร (เพิ่มใน PowerShell Profile)
Add-Content $PROFILE '$env:ANTHROPIC_API_KEY = "sk-ant-api03-xxxx"'
💡 แนะนำ: ใช้ nvm จัดการ Node.js
nvm (Node Version Manager) ช่วยให้สลับเวอร์ชัน Node.js ได้ง่าย ติดตั้งด้วย curl -o- https://raw.githubusercontent.com/nvm-sh/nvm/v0.39.0/install.sh | bash จากนั้น nvm install 20 && nvm use 20
รูปแบบที่ 2 — ติดตั้งผ่าน WSL2 บน Windows
WSL2 (Windows Subsystem for Linux) ให้ประสบการณ์ใกล้เคียงกับ Linux บน Windows มากที่สุด แนะนำสำหรับ Developer ที่ทำงานกับ Linux stack
# 1. เปิด PowerShell แบบ Administrator ติดตั้ง WSL2
wsl --install
# 2. รีสตาร์ทเครื่อง แล้วเปิด Ubuntu จาก Start Menu
# 3. อัปเดต packages และติดตั้ง Node.js ใน WSL2
sudo apt update && sudo apt upgrade -y
curl -fsSL https://deb.nodesource.com/setup_20.x | sudo -E bash -
sudo apt install -y nodejs
# 4. ติดตั้ง Claude Code
npm install -g @anthropic-ai/claude-code
💡 เข้าถึงไฟล์ Windows จาก WSL2
ไฟล์ Windows อยู่ที่ /mnt/c/Users/ชื่อ/ เช่น cd “/mnt/c/Users/John/Projects/myapp” แล้วค่อยรัน claude ได้เลย
รูปแบบที่ 3 — ติดตั้งบน Docker Container
เหมาะสำหรับทีมที่ต้องการ Environment มาตรฐานเดียวกัน หรือใช้ใน CI/CD Pipeline
# Dockerfile ตัวอย่าง
FROM node:20-alpine
RUN npm install -g @anthropic-ai/claude-code
WORKDIR /workspace
# Build และรัน
docker build -t claude-code .
docker run -it -e ANTHROPIC_API_KEY="sk-ant-..." \
-v $(pwd):/workspace claude-code claude
ตัวอย่างการติดตั้งบน VS Code
VS Code เป็น Code Editor ที่ได้รับความนิยมสูงสุด Claude Code ทำงานร่วมกับ VS Code ได้ดีมาก ผ่านทั้ง Terminal ในตัวและ Extension เสริม
วิธีที่ 1 — ใช้ผ่าน Integrated Terminal (ง่ายที่สุด)
ไม่ต้องติดตั้ง Extension ใดๆ เพิ่ม ใช้ Terminal ที่มีอยู่ใน VS Code ได้เลย
| 1 | เปิด Terminal ใน VS Code กด Ctrl+` (backtick) หรือไปที่เมนู View → Terminal |
|---|
| 2 | นำทางไปยังโฟลเดอร์โปรเจค ถ้าเปิดโฟลเดอร์ผ่าน VS Code แล้ว Terminal จะอยู่ที่นั่นอัตโนมัติ |
|---|
# ตรวจสอบว่าอยู่ถูกโฟลเดอร์
pwd
# เริ่ม Claude Code
claude
| 3 | เริ่มทำงานร่วมกัน สั่งงาน Claude ใน Terminal ด้านล่าง ขณะที่แก้ไขโค้ดในหน้าต่างด้านบน |
|---|
💡 เทคนิค Split Terminal
กด Ctrl+Shift+5 เพื่อแยก Terminal เป็น 2 ช่อง ช่องซ้ายรัน Claude Code ช่องขวารันโปรแกรมหรือดู Log
วิธีที่ 2 — ติดตั้ง Extension เสริม
มี Extension ที่ช่วยให้ใช้ Claude Code ได้ลื่นไหลขึ้น สามารถค้นหาใน VS Code Marketplace:
| Extension | ผู้พัฒนา | ฟีเจอร์เด่น |
|---|---|---|
| Claude Code (Official) | Anthropic | เชื่อมต่อ Claude Code โดยตรง มี UI ใน Sidebar |
| Continue | Continue.dev | รองรับหลาย LLM รวมถึง Claude ผ่าน API |
| Cursor | Cursor | IDE แยกต่างหากที่ built-in กับ Claude |
ขั้นตอนติดตั้ง Extension
กด Ctrl+Shift+X เพื่อเปิด Extensions Panel
พิมพ์ “Claude” ในช่องค้นหา
เลือก Extension ที่ต้องการแล้วกด Install
กด Reload Window เพื่อให้ Extension มีผล
เปิด Extension แล้วกรอก API Key ในการตั้งค่า
💡 ใช้ claude —add-dir
รัน claude —add-dir /path/to/project เพื่อให้ Claude รู้จักโฟลเดอร์ที่อยู่นอก working directory ปัจจุบัน
การเลือกโมเดล (Model Selection)
Claude Code รองรับหลาย Model ให้เลือกตามความเหมาะสมของงาน การเลือก Model ที่ถูกต้องช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
Model ที่รองรับและคุณสมบัติ
| Model | Context Window | เหมาะสำหรับ | ราคา (Input/Output per MTok) |
|---|---|---|---|
| claude-opus-4 | 200K tokens | งานซับซ้อน, Architecture, วิเคราะห์ลึก | $15 / $75 |
| claude-sonnet-4 | 200K tokens | งานทั่วไป, เขียนโค้ด, แก้บัก (แนะนำ) | $3 / $15 |
| claude-haiku-4-5 | 200K tokens | งานง่าย, สรุปไฟล์, งานซ้ำๆ ปริมาณมาก | $0.25 / $1.25 |
วิธีเลือก Model
วิธีที่ 1: ระบุใน Command Line
# ใช้ Sonnet (default แนะนำ)
claude
# ระบุ Model โดยตรง
claude --model claude-opus-4
claude --model claude-sonnet-4
claude --model claude-haiku-4-5
วิธีที่ 2: ตั้งค่าใน Environment Variable
# ตั้งค่า Default Model
export ANTHROPIC_MODEL="claude-sonnet-4"
# เพิ่มใน .zshrc หรือ .bashrc ให้จำถาวร
echo 'export ANTHROPIC_MODEL="claude-sonnet-4"' >> ~/.zshrc
วิธีที่ 3: เปลี่ยน Model ระหว่าง Session
ขณะใช้งาน Claude Code อยู่ สามารถพิมพ์ /model เพื่อดูและเปลี่ยน Model ได้ทันที
💡 แนวทางเลือก Model
เริ่มต้นด้วย Sonnet เสมอ สลับมา Opus เฉพาะเมื่อ Sonnet ตอบไม่ได้ หรืองานซับซ้อนมาก ใช้ Haiku สำหรับ Batch Processing หรืองาน CI/CD
⚠️ ข้อควรระวัง Model Looping
ถ้า Claude วนซ้ำหรือติดอยู่กับปัญหาเดิม ให้ลองสลับไปใช้ Opus ชั่วคราว Opus มีความสามารถ Reasoning ที่ลึกกว่าและมักแก้ปัญหาที่ Sonnet ติดได้
การตั้งค่า Configure Editor
Claude Code สามารถเชื่อมต่อกับ Code Editor ที่ใช้อยู่ เพื่อเปิดไฟล์และแสดง Diff (ความแตกต่างของโค้ด) ได้อัตโนมัติ
ตั้งค่า Editor เริ่มต้น
# ดู Editor ปัจจุบัน
claude config get editor
# ตั้งค่าเป็น VS Code
claude config set editor "code"
# ตั้งค่าเป็น Cursor
claude config set editor "cursor"
# ตั้งค่าเป็น Vim
claude config set editor "vim"
# ตั้งค่าเป็น Neovim
claude config set editor "nvim"
ตั้งค่าผ่าน settings.json
ไฟล์ตั้งค่าหลักอยู่ที่ ~/.claude/settings.json สามารถแก้ไขโดยตรงได้
{
"editor": "code",
"model": "claude-sonnet-4",
"autoApproveEdits": false,
"theme": "dark",
"notifications": true
}
| editor | โปรแกรมแก้ไขที่จะเปิดไฟล์ เช่น code, cursor, vim, nano |
|---|---|
| model | Model เริ่มต้นที่ใช้ เช่น claude-sonnet-4 |
| autoApproveEdits | true = อนุมัติการแก้ไขอัตโนมัติ (ระวัง!), false = ถามทุกครั้ง |
| theme | สีธีมของ UI: dark หรือ light |
| notifications | แสดงการแจ้งเตือนเมื่องานเสร็จ |
การตั้งค่า Diff View
เมื่อ Claude แก้ไขไฟล์ จะแสดง Diff ให้เห็นความเปลี่ยนแปลงก่อนอนุมัติ สามารถตั้งค่าให้เปิด Diff ใน Editor ได้
# ตั้งค่าให้เปิด Diff ใน VS Code
claude config set diffTool "code --diff"
# หรือใช้ vimdiff
claude config set diffTool "vimdiff"
การส่งไฟล์ให้ Claude Code
Claude Code สามารถอ่านและวิเคราะห์ไฟล์ได้หลายวิธี ตั้งแต่การระบุ path โดยตรง ไปจนถึงการส่งหลายไฟล์พร้อมกัน
วิธีที่ 1 — อ้างอิงไฟล์ด้วย @ ใน Prompt
วิธีที่ง่ายและตรงไปตรงมาที่สุด พิมพ์ @ แล้วตามด้วย path ของไฟล์
# อ่านไฟล์เดียว
> อธิบายโค้ดใน @src/utils/auth.js ให้หน่อย
# อ่านหลายไฟล์พร้อมกัน
> เปรียบเทียบ @old_api.py กับ @new_api.py ว่าต่างกันอย่างไร
# อ่านพร้อมสั่งงาน
> แก้ bug ใน @src/components/Login.tsx ที่ validation ไม่ทำงาน
วิธีที่ 2 — ใช้ Flag —file ใน One-shot Mode
# ส่งไฟล์เดียว
claude -p "สรุปไฟล์นี้ให้หน่อย" --file report.pdf
# ส่งหลายไฟล์
claude -p "รีวิวโค้ดทั้งสองไฟล์" --file api.py --file test_api.py
วิธีที่ 3 — Pipe เนื้อหาเข้า Claude โดยตรง
# ส่งเนื้อหาไฟล์ผ่าน pipe
cat error.log | claude -p "วิเคราะห์ error เหล่านี้"
# ส่ง output ของคำสั่งอื่น
git diff HEAD~1 | claude -p "เขียน commit message ให้หน่อย"
# ส่ง output จาก command
npm test 2>&1 | claude -p "แก้ไข test ที่ fail"
ประเภทไฟล์ที่รองรับ
| ประเภท | นามสกุล | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| โค้ด | .py .js .ts .go .java .cpp .rs .rb | รองรับทุกภาษาโปรแกรม |
| เอกสาร | .md .txt .rst .csv | อ่านและวิเคราะห์ได้ |
| Config | .json .yaml .toml .env | ตรวจสอบและแก้ไขได้ |
| Log | .log .out | วิเคราะห์ error ได้ |
| รูปภาพ | .png .jpg .gif .webp | Claude 3+ อ่านได้ (Vision) |
💡 ส่งทั้งโฟลเดอร์
พิมพ์ @src/ เพื่อให้ Claude อ่านทุกไฟล์ในโฟลเดอร์ แต่ระวังถ้าโฟลเดอร์ใหญ่มาก อาจทำให้ Context เต็มได้ ควรระบุเฉพาะไฟล์ที่เกี่ยวข้อง
การสั่ง Claude Code ค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ต
Claude Code สามารถค้นหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตได้ผ่าน MCP Browser Tool และ Web Search ทำให้ได้ข้อมูลที่ทันสมัยเสมอ
วิธีที่ 1 — ใช้ Web Search ผ่าน MCP
ต้องติดตั้ง MCP Browser Server ก่อน จากนั้น Claude จะค้นหาได้เองอัตโนมัติเมื่อสั่ง
ติดตั้ง MCP Browser Server
# ติดตั้ง Playwright MCP (รองรับ Web Browse + Search)
npm install -g @playwright/mcp
# เพิ่มใน ~/.claude/settings.json
{
"mcpServers": {
"browser": {
"command": "npx",
"args": ["@playwright/mcp"]
}
}
}
ตัวอย่างการใช้งาน
# หลังติดตั้ง MCP Browser แล้ว สั่งได้เลย
> ค้นหาว่า Next.js 15 มีฟีเจอร์อะไรใหม่บ้าง
> เปิดเว็บ https://docs.anthropic.com แล้วสรุป API ล่าสุดให้หน่อย
> หาวิธีแก้ error "Cannot read properties of undefined" ใน React 18
วิธีที่ 2 — ใช้ Brave Search MCP
Brave Search API ให้ผลการค้นหาที่ดีและ Privacy-friendly กว่า ต้องมี Brave Search API Key
# เพิ่มใน ~/.claude/settings.json
{
"mcpServers": {
"brave-search": {
"command": "npx",
"args": ["-y", "@modelcontextprotocol/server-brave-search"],
"env": {
"BRAVE_API_KEY": "BSA-xxxxxxxxxxxxxxxxxx"
}
}
}
}
# สมัคร Brave API Key ที่ brave.com/search/api/
วิธีที่ 3 — ใช้ Fetch URL โดยตรง
ถ้าต้องการให้ Claude อ่านหน้าเว็บเฉพาะ ไม่ต้องติดตั้ง MCP เพิ่ม สามารถสั่งได้เลย
# สั่งให้ Claude fetch URL โดยตรง
> อ่านและสรุปเนื้อหาจาก https://react.dev/blog/2024/04/25/react-19
> เปรียบเทียบ documentation ของ
https://docs.python.org/3/library/asyncio.html
กับ https://anyio.readthedocs.io/
💡 เช็คว่า MCP ทำงานอยู่ไหม
รัน /mcp ใน Claude Code เพื่อดู MCP Server ที่เชื่อมต่ออยู่ ถ้า browser ขึ้นสีเขียว แปลว่าพร้อมค้นหา
การสั่งให้ Claude Code ค้นหาไฟล์ในเครื่อง
Claude Code มีความสามารถค้นหาและวิเคราะห์ไฟล์ในเครื่องได้โดยตรง ผ่านทั้ง built-in tools และ MCP Filesystem Server
การค้นหาด้วย Built-in File Tools
Claude Code มี tools สำหรับค้นหาไฟล์ติดมาแต่ต้น ไม่ต้องติดตั้งเพิ่ม
# ค้นหาไฟล์ที่มีชื่อเฉพาะ
> หาไฟล์ทั้งหมดที่ชื่อ config.json ในโปรเจคนี้
# ค้นหาโค้ดที่มีคำเฉพาะ
> หา function ที่ใช้ชื่อ "getUserById" ในโปรเจคนี้
# ค้นหาตาม pattern
> หาไฟล์ทั้งหมดที่ import จาก "@/components/ui"
# วิเคราะห์โครงสร้าง
> แสดงโครงสร้างโฟลเดอร์ของโปรเจคนี้ทั้งหมด
ติดตั้ง MCP Filesystem Server (ค้นหาได้ทั้งเครื่อง)
ถ้าต้องการค้นหาไฟล์นอกโฟลเดอร์ที่เปิดอยู่ หรือค้นหาหลายโฟลเดอร์พร้อมกัน ให้ติดตั้ง MCP Filesystem
# เพิ่มใน ~/.claude/settings.json
{
"mcpServers": {
"filesystem": {
"command": "npx",
"args": [
"-y",
"@modelcontextprotocol/server-filesystem",
"/Users/john/Projects",
"/Users/john/Documents"
]
}
}
}
# ระบุโฟลเดอร์ที่ต้องการให้ Claude เข้าถึงได้
ตัวอย่างการใช้งาน MCP Filesystem
# ค้นหาข้ามโปรเจค
> หาไฟล์ .env ทั้งหมดในโฟลเดอร์ Projects
# เปรียบเทียบโปรเจค
> เปรียบเทียบ package.json ของ ProjectA กับ ProjectB
# ค้นหา pattern ทั่วทั้งเครื่อง
> หา function ชื่อ "sendEmail" ในทุก .ts ไฟล์ภายใต้ /Projects
การใช้ ripgrep (rg) ร่วมกับ Claude
ripgrep เป็นเครื่องมือค้นหาข้อความที่เร็วมาก สามารถใช้ร่วมกับ Claude ผ่าน Bash Tool
# ติดตั้ง ripgrep
# macOS: brew install ripgrep
# Ubuntu: sudo apt install ripgrep
# สั่งให้ Claude ใช้ rg ค้นหา
> ใช้ rg หา "TODO" ทั้งหมดในโปรเจคนี้แล้วสรุปให้
> ค้นหา function ที่มี async ทั้งหมดใน src/ และรีวิวว่ามี error handling ครบไหม
💡 ค้นหาแบบเฉพาะเจาะจง
บอก Claude ว่าต้องการค้นหาอะไร เช่น “หา TODO ทั้งหมดที่ยังไม่ได้แก้” หรือ “หา console.log ที่ลืมลบ” Claude จะเลือก tool ที่เหมาะสมให้เอง
การสั่งงาน Claude Code ด้วยเสียง
Claude Code รองรับการรับคำสั่งด้วยเสียงผ่านการแปลงเสียงเป็นข้อความ (Speech-to-Text) ทำให้ทำงานได้สะดวกขึ้น โดยเฉพาะเมื่อต้องพิมพ์คำอธิบายยาวๆ
วิธีที่ 1 — ใช้ระบบ Voice ของ OS
macOS: Dictation
| 1 | เปิด Dictation ไปที่ System Settings → Keyboard → Dictation แล้วเปิด Enable Dictation |
|---|
| 2 | กำหนด Shortcut ตั้งค่า Shortcut เช่น กด fn สองครั้ง หรือ fn ค้างไว้ |
|---|
| 3 | ใช้งาน คลิกที่ช่อง Input ของ Claude Code แล้วกด Shortcut พูดคำสั่ง กด Enter เมื่อเสร็จ |
|---|
# ตัวอย่างคำสั่งที่พูดแล้วส่งให้ Claude
> "สร้าง function สำหรับ validate email address
ให้รองรับ Thai domain ด้วย และเขียน unit test มาด้วย"
Windows: Windows Speech Recognition
# เปิด Windows Speech Recognition
1. กด Win + H เพื่อเปิด Voice Typing
2. หรือค้นหา "Speech Recognition" ใน Settings
3. คลิกที่หน้าต่าง Claude Code แล้วกด Win + H พูดคำสั่ง
วิธีที่ 2 — ใช้ WhisperKit หรือ Whisper (แนะนำ)
OpenAI Whisper เป็น Speech-to-Text Model ที่แม่นยำมาก รองรับภาษาไทยได้ดี สามารถ Pipe Output ให้ Claude ได้โดยตรง
# ติดตั้ง Whisper
pip install openai-whisper
# ติดตั้ง ffmpeg (จำเป็น)
# macOS: brew install ffmpeg
# Ubuntu: sudo apt install ffmpeg
# บันทึกเสียงแล้วแปลงเป็น Prompt
# 1. บันทึกเสียง (5 วินาที)
rec -r 16000 -c 1 command.wav trim 0 5
# 2. แปลงเสียงเป็นข้อความ แล้วส่งให้ Claude
whisper command.wav --language Thai --model medium | \
grep -oP "(?<=text: ).*" | claude -p -
วิธีที่ 3 — ใช้ Voice Input App
มี App ที่ออกแบบมาสำหรับ Voice-to-Claude โดยเฉพาะ ใช้งานง่ายกว่าโดยไม่ต้องเขียน Script
| App / เครื่องมือ | ระบบ | วิธีใช้ |
|---|---|---|
| SuperWhisper | macOS | กด Shortcut พูด แล้ว paste ผล |
| Whisper Dictation | macOS/Windows | App บน Menu Bar กด Hotkey พูดได้เลย |
| Voice Control | macOS | ระบบ Built-in ของ macOS รองรับ Thai |
| Talon Voice | ทุกระบบ | Advanced Voice Control สำหรับ Developer |
ตัวอย่าง Workflow Voice + Claude Code
กด Hotkey เปิด Microphone
พูด: “สร้าง API endpoint สำหรับ login ใช้ JWT token และเขียน test ด้วย”
ระบบแปลงเสียงเป็นข้อความอัตโนมัติ
ข้อความถูกส่งไปที่ช่อง input ของ Claude Code
กด Enter เพื่อส่งคำสั่ง
💡 เทคนิคพูดให้ได้ผลดี
พูดช้าๆ ชัดๆ ออกเสียงคำทับศัพท์เทคนิคเป็นภาษาอังกฤษ เช่น “ฟังก์ชัน” → “function” และบอก Context ก่อนเสมอ เช่น “ใน Next.js TypeScript project สร้าง…”
คำศัพท์ประจำบท
| Node.js | Runtime สำหรับรัน JavaScript บนเครื่อง นอกเว็บเบราว์เซอร์ |
|---|---|
| npm | Node Package Manager ตัวจัดการแพ็กเกจสำหรับ JavaScript |
| nvm | Node Version Manager เครื่องมือจัดการหลายเวอร์ชัน Node.js |
| API Key | รหัสลับสำหรับเข้าถึงบริการ AI ต้องเก็บเป็นความลับ ห้ามใส่ในโค้ด |
| WSL2 | Windows Subsystem for Linux 2 รัน Linux บน Windows ได้ |
| MCP | Model Context Protocol มาตรฐานเชื่อมต่อ AI กับเครื่องมือภายนอก |
| Diff | ความแตกต่างระหว่างสองเวอร์ชันของไฟล์ แสดงสิ่งที่เพิ่ม/ลบ/เปลี่ยน |
| Context Window | ขนาดสูงสุดของข้อมูลที่ AI รับได้ในครั้งเดียว (200K tokens) |
| Speech-to-Text | เทคโนโลยีแปลงเสียงพูดเป็นข้อความ |
| Whisper | Model Speech-to-Text จาก OpenAI รองรับหลายภาษารวมถึงไทย |
| ripgrep (rg) | เครื่องมือค้นหาข้อความความเร็วสูง เร็วกว่า grep มาก |
| Environment Variable | ตัวแปรระบบเก็บค่า config โปรแกรมอ่านได้ตอน Startup ปลอดภัยกว่าใส่ในโค้ด |
| One-shot Mode | การรัน Claude Code แบบครั้งเดียวจบด้วย claude -p ไม่เปิด Interactive Session |